Chapter Text
ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างบุคคลนั้นไม่ได้ต่างอะไรจากดาบสองคม
หากยินดีที่จะอยู่ร่วมกัน ย่อมได้แลกเปลี่ยนความรู้สึก ประดิดประดอยให้ทุกเหตุการณ์เป็นดั่งฝันหวาน แบ่งปันความสุขล้นเหลือ
ทว่าในวันที่ทุกอย่างพังทลาย ความรู้สึกกลับพุ่งเข้ามาเสียดแทง สร้างความชอกช้ำเจ็บปวดเจียนตาย กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจหลีกหนี
เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ — สัตว์สังคม, อันแสวงหาความปลอดภัยจากการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม — มักปฏิเสธที่จะยอมรับ หรือรับรู้ถึงการมีอยู่ของความเป็นจริงนี้ ยังคงปิดตาและเลือกที่จะวิ่งวนในความฝันอันสวยหรู ป้อนคำหวานเลี่ยนอย่าง มีกันและกันตลอดไป หรือ ขอให้ได้เติบใหญ่เคียงข้างกัน อย่างไร้เดียงสา
ไม่ใช่เพราะจงใจจะทำตัวขวางโลก, ไม่ใช่เพราะไร้คนคบหา แล้วก็ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าควรประพฤติตนอย่างไรในสังคมที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์วุ่นวาย
แต่เพราะเข้าใจถึงความเป็นจริงข้างต้นได้ดี — บางครั้งก็ดีเสียจนเกินไป — จึงเลือกที่จะอยู่อย่างสันโดษ สนทนากับคนรอบข้างแต่พองาม สร้างความสัมพันธ์เท่าที่จำเป็น ปลดปล่อยความต้องการโดยไร้ซึ่งข้อผูกมัด เว้นระยะห่าง ไม่ให้ใครเข้ามาก้าวก่ายชีวิต และไม่ให้แหย่เท้าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตใคร
เพื่อให้ชีวิตแสนสงบยังคงอยู่ ดำเนินต่อไป ไหลเรื่อยตามกระแสของเหตุการณ์ และไม่ถูกทำลายโดยสิ่งที่ใครต่อใครก็บอกว่าไม่อาจหลีกเลี่ยง
เลือกที่จะใช้ชีวิตเช่นนี้
และอัลฮัยษัมก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงมัน
✧
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย บางทีการมีปฏิสัมพันธ์ไร้สาระก็อาจจะเป็นสิ่งจำเป็น — อย่างเช่นการมานั่งโง่ ๆ ในผับที่มีแต่คนยั้วเยี้ย เพียงเพราะขี้เกียจฟังคำคะยั้นคะยอจากเพื่อนร่วมโปรเจค .. โปรเจคใหญ่ข้ามคณะที่อัลฮัยษัมมีส่วนร่วมโดยการเป็นเลขานุการ
และมันเป็นคืนที่วุ่นวายแทบจะที่สุดในชีวิตของเขา
เฉลิมฉลองที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี อะไรนั่น อัลฮัยษัมไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด หากว่าการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จจำเป็นจะต้องมีการฉลองตบท้าย เขาขอเลือกที่จะกลับคอนโด อาบน้ำอาบท่า สวมเฮดโฟนตัดเสียง อ่านหนังสือที่เพิ่งได้มาใหม่จากนิทรรศการหนังสือของมหาวิทยาลัย แล้วนั่งจิบอเมริกาโน่ร้อนไปพลางเพื่อเฉลิมฉลองเสียดีกว่า
ทว่า เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย จึงมีคนใกล้ตัวบางคนที่แนะนำให้ออกจากถ้ำมาเข้าสังคมบ้าง และเมื่อชั่งน้ำหนักความจำเป็นแล้ว การที่คนแบบเขาตัดสินใจมาร่วมกิจกรรมในที่อโคจรเช่นนี้คงเป็นอะไรที่แปลกมากในสายตาคนอื่น แต่ก็จะทำให้ตัวตนที่รอบข้างมองเขาเปลี่ยนไป อาจจะในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง อัลฮัยษัมไม่ได้คิดถึงมัน — คิดเพียงแค่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เขามีชีวิตได้อย่างปกติ
“นายดูไม่สนุกเลยนะ” ไซโน่ หนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่เรียกได้ว่ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย พูดขึ้นด้วยเสียงเกือบเมา ๆ — ตะโกนขึ้น, หากจะพูดให้ถูก เสียงดังกระหึ่มของร้านเหล้าทำเอาอัลฮัยษัมหูอื้อ แต่เขายังพอได้ยินเสียงของเพื่อนคนนี้อยู่
ด้วยความที่ไม่ชอบตะโกนหรือพูดเสียงดัง ๆ จึงตอบกลับไปโดยใช้เพียงภาษากายเท่านั้น
ถอนหายใจ คือภาษากายที่ว่า
“เข้าใจได้ นายไม่ใช่คนชอบงานสังคม” ตอบกลับมาอีกครั้ง เขย่าแก้วเหล้าในมือไปมา กวาดสายตามองคนอื่น ๆ ที่เริ่มลุกขึ้นไปเต้นตามจังหวะดนตรีสด “คืนนี้ยังอีกยาวไกล ก็หวังว่าจะผ่านมันไปได้แล้วกันนะอัลฮัยษัม” ไซโน่พูดด้วยเสียงเรียบตามสไตล์เจ้าตัว
เขาถอนหายใจหนัก ๆ มองไปยังรอบกาย พลันหางตาไปสะดุดกับสีทองเข้า
สีทองยืนอยู่ที่โซนบาร์ สวมเสื้อเปิดหลังสีเข้ม — ไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นสีอะไร เพราะแสงมืดมิดของสถานที่ — และถูกทับไว้ด้วยกางเกงเข้ารูป ร่างกายเพรียวบางนั้นกำลังเท้าคางคุยกับชายคนหนึ่งอย่างออกรส โครงที่รับกับเครื่องหน้าขยับแสดงอารมณ์มากมาย จึงช่วยไม่ได้ที่อัลฮัยษัมจะมองตามอย่างสนใจ
มองในฐานะเด็กมนุษยศาสตร์
สร้างคำแก้ตัวในใจอย่างนั้น
ชายผู้เป็นคู่สนทนาเริ่มไล้มือไปตามแผ่นหลังขาวตัดกับสีเนื้อผ้า ลูบวนไปมา อัลฮัยษัมรู้ว่าการกระทำเหล่านี้นำไปสู่สิ่งใด .. เขาไม่ใช่คนโง่ และแน่นอนว่าตัวเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ในร้านเหล้าอยู่ประมาณครั้งสองครั้ง การแสวงหาความสุขชั่วครู่จากสถานที่อโคจรถือเป็นเรื่องแทบจะปกติในสังคม ดังนั้นสำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ได้ผิดแผกอะไรหากจะลองดู — แม้จะไม่ได้ชอบหรือประทับใจมันนักก็ตาม
ในจังหวะที่คนผมบลอนด์หันกลับมา — คล้ายจะมองหลังของตนที่ถูกรุกราน — ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาสบตากับอีกฝ่ายเข้าเต็ม ๆ
แต่ก็เป็นการมองกันที่ไม่นาน เพราะเป็นตัวเขาเองที่ถูกเรียกความสนใจกลับไปด้วยแรงสะกิดเบา ๆ จากไซโน่
“ดูเหมือนนายจะเจออะไรที่ทำให้สนุกกับคืนนี้ได้แล้วนี่ โชคดีละกัน” ชายผิวแทนเอ่ย ตบบ่าเขาดังปุหนึ่งครั้ง และลุกจากโต๊ะไปยังกลางวงเต้นกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ด้านหน้าเวที อัลฮัยษัมทำได้เพียงคิดในใจว่าเขาจะไม่ไปไหนต่อทั้งนั้น อยากกลับไปชำระล้างตัวเองแล้วเอาหัวซุกหมอนลดความอื้ออึงในแก้วหูใจจะขาด
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังว่าจะให้อะไรไร้สาระในหน้าทวิตเตอร์ช่วยบรรเทาความน่าเบื่ออันล้นหลามนี้ได้บ้าง แต่ไถได้เพียงชั่วครู่ก็มีกลิ่นหวานที่ไม่ได้มีอยู่ก่อนหน้าลอยมาแตะปลายจมูก และแรงสะกิดน้อย ๆ ตรงต้นขาทำให้เขาผละออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยม
เพื่อสบเข้ากับแก้วสีทับทิมอย่างเต็มตา
“คุณไม่ไปเต้นกับเพื่อนเหรอครับ”
เสียงนั้นเอ่ยขึ้นไม่ดังไม่เบา ใบหน้าขยับเข้ามาค่อนข้างใกล้ อาจจะเพื่อให้ได้ยินเสียงชัด หรืออาจจะเพื่อจุดประสงค์แฝงอื่น ๆ ที่อัลฮัยษัมนึกได้ในช่วงเสี้ยววินาที
“แล้วคุณไม่ไปต่อกับคนเมื่อกี้เหรอ” ด้วยระยะห่างไม่ไกล ทำให้เขาสามารถตอบย้อนอีกฝ่ายได้ด้วยโทนเสียงปกติ สีทองยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะเดินมานั่งในตำแหน่งว่างที่เคยเป็นของไซโน่ ขยับเข้ามาจนขาเก้าอี้ของพวกเขาชนกันดัง กึก
“ถ้าคุณไม่มองมา ผมคงได้ไปต่อกับเขา” มือเรียวแกว่งแก้วเหล้าในมือเนิบนาบ “แล้วผมก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่ชอบคนรุ่มร่าม” มือหยุดนิ่ง ริมฝีปากวาดยิ้มประดับใบหน้า ดวงตาสีเลือดนกมองตรงมายังเขาอย่างไร้กังวล
“แล้วทำไมคุณไม่คิดว่าที่ผมทำมันคือการโลมเลียด้วยสายตา”
“ให้ตาย, คุณก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้ทำแบบนั้น”
อัลฮัยษัมไม่ตอบอะไร เขาทำเพียงแค่มองคนตรงหน้ากระดกแก้วที่บรรจุของเหลวสีอำพันขึ้นดื่ม ลำคอขาวขยับตามจังหวะการกลืน ทุกครั้งที่ร่างกายนั้นขยับก็เหมือนจะส่งกลิ่นหอมออกมาตลอด — มันเป็นการพรมน้ำหอมที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี
“ปกติคุณทำกับผู้ชายไหม” คำถามมาพร้อมกับน้ำหนักมือเบาบางบริเวณหน้าตัก เจ้าของผมสีบลอนด์มองมาโดยที่มืออีกข้างยังเท้าคางอยู่บนโต๊ะ
“เข้าเรื่องเร็วดีนะ”
“ก็คุณดูไม่ใช่คนที่ผมจะชวนคุยไปเรื่อยได้”
ดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายเก็บความกระสันอยากอยู่แทบไม่มิด วาววับเป็นประกายท่ามกลางความมืดสนิท รอยยิ้มพรายน้อย ๆ พองาม — คนคนนี้รู้ดีว่าจะใช้ทุกอย่างที่ตัวเองมีอย่างไรให้เกิดประโยชน์
รู้ว่าจะทำอย่างไรให้คนที่หมายตาตกหลุมพรางของตัวเอง
จะยอมเล่นด้วยก็ได้
“ห้องน้ำอยู่หลังร้าน”
✧
“อ-อะ—”
พวกเขาอยู่ในห้องน้ำโทรม ๆ
อีกฝ่ายถูกดันจนหลังพิงประตูไม้ กระดุมเชิ้ตถูกปลดออกจนหมด ปกเสื้อข้างหนึ่งลงไปอยู่ที่ต้นแขน ลาดไหล่ขาวไร้มลทินถูกเผยให้เห็น และอัลฮัยษัมก็อดใจไม่ได้ที่จะซุกไซ้และขบงับมัน กลิ่นหอมหวานจากดอกไม้ที่เขาไม่รู้จัก เมื่อผนวกกับความคับแคบของห้องน้ำยิ่งทำให้ทุกอย่างเด่นชัดขึ้นไปอีก
มือของอีกฝ่ายซุกซนไม่อยู่นิ่ง ไล้ไปมาก่อนจะส่งสัมผัสหนัก ๆ มาที่เป้ากางเกง อัลฮัยษัมตกใจเล็กน้อย และรับรู้ว่าคนตรงหน้าเริ่มใจร้อน จึงใช้มือปัดป่ายไปบริเวณยอดอกที่โผล่พ้นผ้า
“อ้ะ-”
— เขาพบจุดอ่อนไหวของอีกฝ่ายแล้วหนึ่งที่
ย้ายใบหน้าไปยังเนินอก แล้วครอบครองตุ่มไตนั้นด้วยริมฝีปาก ตวัดลิ้นโลมเลียอย่างตะกละตะกลาม ส่วนมืออีกข้างก็ไล้ไปสะกิดอีกข้างที่ยังเหลือ เรียกเสียงครางฮือแผ่วเบาจากริมฝีปากอิ่ม ร่างกายโค้งจากประตู แอ่นรับสัมผัสไม่รู้จักพอ
เมื่อถอนริมฝีปากออก ก็ถูกมือเรียวยาวดันและบังคับให้นั่งลงบนฝาชักโครก เจ้าตัวค่อย ๆ ถอดท่อนบนและท่อนล่างออกอย่างอ้อยอิ่ง เสื้อสีเข้มที่ร่วงลงกับพื้นเผยให้เห็นถึงกายขาวผ่ายผอม กางเกงที่ถูกร่นลงถึงข้อเท้าเผยให้เห็นส่วนกลางกายขนาดพอเหมาะที่กำลังชูชัน และ — ช่องทางด้านหลังที่ถูกปิดไว้ด้วยบัทปลั๊กสีดำขลับ
กายขาวคุกเข่าลงตรงหน้า ปลดกระดุมกางเกงของเขาออก ใช้ฟันกัดรูดซิปและถกชั้นในลงไปให้พ้นทาง — สิ่งนั้นที่อัลฮัยษัมก็ไม่รู้ตัวว่ามันแข็งขืนขึ้นมาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่พาดไปบนใบหน้าสวย ดวงตาสีแดงมองมันเพียงชั่วครู่ ก่อนใช้ปากปรนเปรอให้เขาอย่างชำนิชำนาญ พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งในการเคล้นคลึงจุดกลางกายของตน ปากนั้นค่อย ๆ ดูดอมส่วนหัว ไล้เลียรูเปิดครอบครองไปทีละน้อยจนสุดความยาว คล้ายกับพยายามหาเช่นกันว่าต้องเน้นหนักที่ตรงไหน เขาจึงจะรู้สึกเสียวซ่าน
“อ อา-”
สะดุ้งเมื่อปากสวยกดแรงและดูดดึงที่ปลาย แล้วอีกฝ่ายก็เหมือนได้ใจ ทำแบบนั้นซ้ำ ๆ จนต้องเลื่อนมือไปจิกผมสีบลอนด์ทองจนเต็มกำมือ อัลฮัยษัมหอบหายใจหนัก รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นระรัวแทบระเบิดในอก เหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามขมับ ไม่รู้ว่าเพราะความร้อนหรือความเร้ากันแน่ ปากอ้าขึ้นพรูลมหายใจออกมาอย่างไม่ได้พัก
ในตอนที่เขาจะเสร็จ ริมฝีปากก็ถอนออกไปกลางคัน เรียวลิ้นตวัดเลียคราบอะไรต่อมิอะไรที่เปื้อนมุมปาก เป็นท่าทางที่ดูน่าหมั่นไส้ แต่ก็เป็นอย่างที่คิด … คนคนนี้รู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร
“ผมไม่ให้คุณเสร็จคาปากหรอก— ว่าแต่คุณมีถุงยางไหม เดี๋ยวใส่ให้”
อัลฮัยษัมชี้ไปที่กระเป๋ากางเกงซึ่งตอนนี้ร่นลงไปกองอยู่ที่หน้าแข้งคนผมทองพยักหน้ารับ ล้วงหยิบซองสี่เหลี่ยมจัตุรัสออกมา
เมื่อใส่เครื่องป้องกันให้เขาเสร็จสรรพ กายผอมก็ตวัดขาขึ้นคร่อม ถอดบัทปลั๊กออกและวางมันไว้บนถังชักโครก ปั่นอารมณ์ด้วยการถูไถเนินเนื้อไปบนจุดอ่อนไหวแข็งเกร็ง ยันตัวขึ้นปรับท่าทางเล็กน้อยและค่อย ๆ หย่อนกายลงมา ความอุ่นที่โอบล้อมทำให้อัลฮัยษัมต้องสูดปากผ่านไรฟัน
ร่างกายขาวที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อรับตัวตนเข้าไปจนมิดด้าม แช่อยู่นิ่งเล็กน้อยก่อนเริ่มขยับด้วยตัวเอง
เมื่อดูเหมือนจะหาจังหวะได้ ความเร็วการขย่มก็เพิ่มขึ้นเรื่อย กลายเป็นอีกฝ่ายที่ควบขี่อยู่บนตัวเขา เอวร่อนเข้าหาท่อนกายอย่างมักมาก ผนังตอดรัดถี่ เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากกลีบปากอย่างไม่นึกอาย ราวกับลืมไปว่ากิจกามเหล่านี้เกิดขึ้นในห้องน้ำอันเป็นที่สาธารณะ
“อ้ะ อะ- ของคุณ— ใหญ่จัง อา อ-”
ใช้สองมือบีบเคล้นเนินเนื้อนวลจนน่าจะทิ้งรอยนิ้วมือแดง ๆ เอาไว้ ลูบอย่างใคร่หา ความนุ่มเหมาะมือทำเอาเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ ต้องฟาดมันไปแรง ๆ สักครั้ง
“อ๊ะ!— อา”
บัดนี้ดวงตาสีการ์เนตฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา บางหยดที่เก็บเอาไว้ไม่อยู่ก็ไหลไปตามกรอบหน้า ปากสวยแสนชำนาญอ้าออกหอบกระเส่า บางครั้งก็ราวกับหวีดร้อง บางครั้งก็ครวญครางอย่างเสียดเสียว
“คุณดูไม่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยินนะ”
“เอากัน— ในห้องน้ำ อา อ้ะ- ร้านเหล้ามันก็เรื่อง ปกติ— ไม่ใช่หรือไ- อ๊ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดแสนอวดดีแบบนั้น อัลฮัยษัมก็เหมือนจะเริ่มขาดสติ เอวเด้งสวนกระแทกเข้าสู่ส่วนลึกด้านใน ใบหน้าสวยเริ่ดขึ้น ครางอย่างไม่อายฟ้าดิน แต่เสียงทุ้มหวานนั้นกลับเป็นเหมือนการราดน้ำมันบนกองไฟที่กำลังลุกท่วม จึงจับเอวอิ่มไว้มั่น กดกระแทกรับกับจังหวะสวนเอว
“อา คุณ- ช้าลง อ้ะ อ๊า จะเสร็จ—”
รู้สึกถึงเล็บที่จิกลงบนบ่าจนเจ็บแสบ แต่ด้วยความมัวเมา ในตอนนี้เขาไร้สติเกินกว่าจะสนใจ สองร่างกวัดเกี่ยวกันอย่างบ้าคลั่งในห้องแคบ ไต่ขีดของอารมณ์ขึ้นเรื่อยจนพุ่งถึงจุดสูงสุด คนตรงหน้ากระตุกตอดรัดถี่ก่อนจะเสร็จออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของพวกเขาทั้งคู่ และหลังจากที่จับเอวมาขย่มตักอีกสองสามครั้ง ก็หลั่งเข้าในเครื่องป้องกันตามไปติด ๆ
เสียงหอบสอดประสาน แช่แกนกายคาไว้แบบนั้น แล้วมือคู่สวยเลื่อนมาไล้ใบหน้าของเขา — มันแอบจั๊กจี้ แต่อัลฮัยษัมไม่รู้สึกติดขัดอะไร สมองประมวลผลว่าการกระทำนี้คงเป็นเรื่องปกติหลังจากการมีเซ็กส์
“อา— ผมว่าผมติดใจคุณ” ใบหน้าสวยยิ้ม บดเบียดเอวเข้าหาอีกครั้ง— อัลฮัยษัมกระตุกยิ้มมุมปาก
“แต่ผมว่าในหัวคุณไม่ได้พูดแบบนี้”
อีกฝ่ายป้องปากหัวเราะร่วน
“ชั้นบนเป็นม่านรูด”
✧
มันเป็นเซ็กส์ที่แทบจะ— ไม่สิ เป็นเซ็กส์ที่สุดเหวี่ยงที่สุดตั้งแต่อัลฮัยษัมเกิดมายี่สิบเอ็ดปี
ร่างกายเข้ากันอย่างประหลาด เป็นอะไรที่แทบไม่เคยสัมผัสได้ในการมีเซ็กส์ครั้งก่อน ๆ — อาจเป็นเพราะเขาเองที่ไม่ได้มีกิจกามกับใครมาค่อนข้างนาน หรืออาจเป็นเพราะคนตรงหน้ามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คู่นอนลุ่มหลงเป็นบ้าเป็นหลัง แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่ไร้คำตอบ
พวกเขากระโจนเข้าหากันอย่างกระหายอยากตั้งแต่ประตูถูกปิดลง การร่วมรักครั้งที่สองคือการจับอีกฝ่ายหันหน้าหาประตูโดยมีเขาซ้อนอยู่ด้านหลัง ส่วนครั้งที่สามคือข้างหน้าต่าง อุ้มย้ายไปหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง และเสร็จสมกันทั้งคู่บนที่นอน มันเกือบจะมีครั้งที่สี่ด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายนอนตาลอยตัวสั่นระริกอยู่บนเตียงอย่างน่าสงสาร
ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก, สองขาคู่นั้นอ่อนแรงเกินกว่าจะเดินได้ด้วยตัวเอง และอัลฮัยษัมก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำต่อเพื่อนมนุษย์ขนาดนั้น — จึงพาร่างปวกเปียกไปชำระล้างร่างกายตามสมควร จัดการห่อหุ้มกายด้วยผ้าคลุมอาบน้ำ พากลับมานอนบนเตียง ก่อนที่ตัวเขาจะเข้าไปล้างตัวที่เหนียวเหนอะหนะเช่นกัน
เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าร่างนั้นกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนไถโทรศัพท์ ใบหน้าเงยขึ้นทันทีในตอนที่รับรู้ว่าเขากำลังเดินเข้าไปหา ลุกลี้ลุกลนผิดกับคนเจนโลกที่ยั่วเขาให้ตบะแตกเมื่อครู่
“คุณอุตส่าห์พยุงผมไปอาบน้ำ ขอบคุณนะ” เสียงติดแหบแห้งเล็กน้อย แต่รู้สึกได้ถึงความจริงใจ
“ไม่ต้องขอบคุณ มันเป็นสิ่งที่ควรทำ”
“…”
“แผลบนแขนคุณ ผมไม่ได้ลอกปลาสเตอร์ออก กลัวว่าน้ำจะเข้าแผล”
“หือ? อ่า .. อ๋าา โอเค ..”
เห็นปากที่เม้มลงกลายเป็นเส้นตรงราวกับทำตัวไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรดี, อัลฮัยษัมเดินไปยังที่นอนและนั่งลงบริเวณที่ว่าง เมื่อหันมองใบหน้าได้รูปก็เห็นถึงความลังเลเล็กน้อย กำโทรศัพท์ในมือแน่น
“เหมือนคุณมีเรื่องจะพูด”
คนตรงหน้าสะดุ้ง
“อ่าา คือ— จะเป็นอะไรไหมถ้าผมขอเบอร์ติดต่อของคุณเอาไว้ เผื่อว่า อ่า แบบว่า ..”
“แบบว่า?”
“แบบว่า เผื่อผมอยาก .. กับคุณอีก ก็อย่างที่บอก ผมว่าผมติดใจ ..”
อย่างที่คาด และอัลฮัยษัมก็ถอนหายใจเบา ๆ
.. เขาไม่เคยซ้ำสองกับใคร
หากจะพูดแบบตลกฝืดเหมือนกับเพื่อนสนิท คงเป็น วันไนท์สแตนด์ ไม่ใช่ทูไนท์สแตนด์ โคมไฟหัวเตียงไม่ควรมีสองอัน อะไรแบบนั้น — แต่ความจริงแล้วเขาก็แค่ไม่ชอบที่จะผูกสัมพันธ์กับใครลึกซึ้ง สำหรับอัลฮัยษัม, ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งในเรื่องยุ่งยากน่ารำคาญ ทุกคนที่ผ่านไปมาในชีวิตจึงถูกจัดลำดับไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องให้เบอร์กับคนแปลกหน้าที่มีปฏิสัมพันธ์กันเพียงเพื่อการร่วมเพศ
แต่สายตาคาดหวังที่กะพริบปริบ ๆ อย่างลังเลนั้น กลับเป็นเหมือนอะไรสักอย่างที่ตีกลับมาให้ตัวอัลฮัยษัมเป็นคนลังเลเสียเอง .. ไม่ใช่เพราะไม่เด็ดเดี่ยว ไม่ใช่เพราะเกรงใจจะปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะเซ็กส์ก่อนหน้านี้มันดีมากจนติดใจด้วย แต่เพราะอะไร— น่าเศร้า, เขาไม่รู้
รับโทรศัพท์มาจากอีกฝ่าย สมาร์ทโฟนที่หน้าจอถูกปิดไว้ด้วยฟิล์มแตก ๆ และสวมไว้ด้วยเคสสีเหลืองเรียบ ๆ เมื่อพิมพ์เบอร์เสร็จก็ส่งคืนให้ เจ้าของเครื่องค้อมหัวเล็กน้อยตอบรับ มีเสียงสั่นหงืดหงาดดังมาจากโต๊ะหัวเตียง — มาจากโทรศัพท์ของเขาที่คนตรงหน้ากดโทรเข้าและเงียบไปเมื่อตัดสาย
“คุณสะดวกให้ผมเมมด้วยชื่ออะไร” เสียงทุ้มหวานถาม นิ้วกดเข้าไปหน้าเตรียมเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ — อัลฮัยษัมถอนหายใจอีกรอบ .. เขาถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวัน ไม่อาจมีใครรู้นอกจากตัวเอง
“แล้วแต่คุณ มันไม่ได้สำคัญอยู่แล้ว”
“.. พิลึกคนจริง ๆ” คนตรงหน้าพึมพำออกมาเสียงเบา พร้อมมีเสียงกระทบหน้าจอต๊อกแต๊ก
“ถ้าเห็นว่าชื่อสำคัญในความสัมพันธ์แบบนี้ คุณคงจะแนะนำตัวก่อนเรามีอะไรกัน” ตอบกลับไป ก่อนหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเช็กบ้าง
ครู่หนึ่ง .. มีความคิดจะบันทึกเบอร์ติดต่อนี้เอาไว้โผล่ขึ้นมาในสมองแต่สุดท้ายก็โยนมันทิ้ง ปล่อยให้ตัวเลขโทรเข้าสีแดงล่าสุดเป็นเพียงตัวเลขต่อไปอย่างนั้น
ก็ไม่ได้ขอนี่นะ
✧
สายตาพร่ามัว หรี่ตาเพื่อปรับโฟกัส
อัลฮัยษัมตื่นมาในห้องของตัวเอง
เหมือนว่าจะเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคย แต่เมื่อมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูกก็ทำให้ต้องหันกลับไปยังต้นตอ
โครงหน้าสวย, เรือนผมสีบลอนด์ยาวสุดสะบักหลัง, เรือนร่างที่ถูกปิดไว้ด้วยเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ไหล่ตกจนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง เท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างมืด ๆ ที่ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ และการที่อัลฮัยษัมยันตัวขึ้นจากเตียงก็ทำให้ทั้งหมดนั้นหันกลับมา
“คุณตื่นแล้ว”
ไม่ได้ตอบรับ แต่ทำเพียงแค่มองกลับไปอย่างเรียบนิ่ง คนตรงหน้าเอี้ยวตัว ค้ำตัวเองไว้กับแขนข้างหนึ่ง เอียงคอเล็กน้อย
“มันเป็นฝันที่ดีหรือเปล่า?”
นั่นสิ, เรื่องเมื่อเกือบสามเดือนที่แล้ว
จะให้เรียกว่าดีหรือไม่ดี อัลฮัยษัมก็ไม่รู้เหมือนกัน
