Actions

Work Header

คุ้มดีคุ้มร้าย

Summary:

อัลฟี่ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน เป็นช่วงเวลาที่อารมณ์แปรปรวนราวกับพายุทอร์นาโด จนเผลอแสดงท่าทีแข็งกระด้างและไร้การยับยั้งชั่งใจ ทั้งหมดไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง หากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมน

โธมัสจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า สิ่งเหล่านี้คือผลข้างเคียงของการตั้งครรภ์ ทั้งทางอารมณ์ ทางร่างกาย และทางความสัมพันธ์ ที่มาพร้อมกับชีวิตใหม่ที่ซึ่งกำลังก่อตัวอยู่ภายใน

Work Text:

เป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็รู้กันดีว่า โอเมก้าในช่วงตั้งครรภ์นั้นต้องเผชิญกับความเครียดแทบตลอดเวลา ร่างกายอ่อนล้าได้ง่ายจนบางวันแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใด นอกจากเอนตัวลงพักอยู่บนเตียงเท่านั้น แต่สิ่งที่ยากจะทำความเข้าใจยิ่งกว่าความเหนื่อยล้าทางกาย กลับเป็นความไม่มั่นคงทางอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่สามารถรู้ล่วงหน้า

โธมัสคาดเดาไม่ได้เลยว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบใด ความสุข ความโกรธ หรือความเศร้าที่ไร้สาเหตุ ความแปรปรวนเหล่านั้นบีบคั้นหัวใจของเขา เพราะไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใด เขาก็ไม่อาจจะควบคุมหรือแก้ไขมันได้ โธมัสรู้ดีว่าในฐานะอัลฟ่า หน้าที่ของเขาคือการอดทน และการยอมรับความคุ้มดีคุ้มร้ายเหล่านั้นจากอัลฟี่โดยไม่ปริปากบ่น

อย่างไรก็ตาม สำหรับอัลฟี่แล้ว ความปวดเมื่อยตามร่างกาย ความอยากอาหารที่ไม่มีขอบเขตสิ้นสุด และการถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้า คือสิ่งที่เขาเกลียดจับใจ เขาไม่อาจจะทนอยู่กับกิจวัตรประจำวันที่คล้ายคลึงกับคนเกียจคร้าน ทั้งๆ ที่ตัวตนของเขาไม่เคยเป็นเช่นนั้นเลย เขารักการเคลื่อนไหว เขารักความโลดโผน และเขารักการทำงานที่ท้าทาย

ทว่าในตอนนี้ ร่างกายของเขากลับไม่เอื้ออำนวยเลยแม้แต่น้อย หน้าท้องที่กลมโค้งและขยายใหญ่ขึ้นทุกวี่ทุกวัน เป็นหลักฐานชั้นดีของชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน ชีวิตที่ซึ่งคอยดึงพลังงานจากเขาไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งเพียงไม่กี่นาที เขาก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายจนหมดสิ้น ยังไม่รวมถึงอาการคลื่นไส้ อาการวิงเวียนศีรษะ และความไวต่อกลิ่นที่รุนแรงขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด ทั้งกลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำหอม หรือกลิ่นของสิ่งใดก็ตามที่เขาเคยชื่นชอบ ล้วนเป็นต้นเหตุของความทรมานไปเสียหมด มีเพียงกลิ่นเดียวที่ยังทำให้เขาสามารถผ่อนคลายได้ คือ กลิ่นกาแฟคั่วติดตัวของอัลฟ่าคู่ชีวิตเมื่อผสมกับกลิ่นน้ำผึ้งของเขา

การที่ต้องยึดติดและคอยเข้าใกล้โธมัสตลอดเวลา ไม่ใช่นิสัยของอัลฟี่เลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่คนที่จะต้องพึ่งพาใครเพื่อยืนหยัด แต่ในช่วงเวลาแสนลำบากเช่นนี้ ร่างกายและสัญชาตญาณของโอเมก้าที่โหยหาอัลฟ่า กลับผลักดันให้เขาไขว่คว้าหาความอบอุ่นนั้นโดยไม่อาจจะทนฝืนได้

สำหรับโธมัสแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อยที่โอเมก้าของตนออดอ้อน ตรงกันข้าม เขากลับพึงพอใจที่อีกฝ่ายเรียกร้องหาแต่เขา ต้องการแต่เขา และหลงใหลในกลิ่นของเขาเพียงผู้เดียว มันกระตุ้นสัญชาตญาณอัลฟ่าในตัวเขาให้ลุกโชนดั่งไฟ เขาอยากปกป้อง อยากปรนเปรอ และอยากตามใจอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อมอบความสุข ความสบาย และความมั่นคงให้ทั้งแม่ทั้งลูกอย่างสมบูรณ์แบบ
.
.
.
กลางดึกคืนนั้น โธมัสสะดุ้งตื่นเมื่อเห็นแสงจากโคมไฟข้างหัวเตียงถูกเปิดขึ้น เขาหันไปมองโอเมก้าที่นั่งอยู่ขอบเตียง “เฮ้ คุณเป็นยังไงบ้าง”

“เหมือนอยากจะอ้วกอีกแล้ว” อัลฟี่พึมพำ

โธมัสขยับเข้าไปนั่งชิดด้านหลัง โอบล้อมอีกฝ่ายไว้หลวมๆ “แล้วตอนนี้ล่ะ”

“ไม่รู้สิ…พอสักพักมันก็หายไป แต่ยังรู้สึกว่ามันยังวนเวียนอยู่” สายตาของอัลฟี่ทอดลงมองตรงมือที่กำลังลูบหน้าท้องของเขาอย่างช้าๆ ซึ่งสวมแหวนทองคำสลักตัวอักษร A เพียงตัวเดียว เช่นเดียวกับแหวนของอัลฟี่ที่ประทับตัว S แทน

“อยากดื่มน้ำไหม เดี๋ยวผมไปหยิบให้”

อัลฟี่หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ความทรมานเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อมืออุ่นวางทาบลงบนท้อง มีเหตุผลเดียวที่เขานึกออก ไอ้เด็กเวรนี่ ยังไม่ทันได้เกิดก็ตามตอแยเขาไม่เลิก ทั้งๆ ที่เขาไม่ชอบการถูกมองว่าอับจนหนทาง จนต้องคอยหาที่พึ่ง แต่กลับหนีไม่พ้นอ้อมแขนของโธมัส “สงสัยมันอยากให้พ่อสนใจ”

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู “โธ่…น่ารักจริง ๆ เจ้าเม็ดถั่วของพ่อ” จูบขมับไปพลางๆ

และในความเงียบของคืนนั้น กลิ่นกาแฟอุ่นจางๆ ก็โอบล้อมเขาไว้ราวกับคำมั่นสัญญาที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
.
.
.
โธมัสขยับกายลงไปคุกเข่าบนพื้น ระหว่างเรียวขาของภรรยาสุดที่รัก เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับหน้าท้องที่นูนเด่นออกมาอย่างมโหฬาร ราวกับเป็นโลกทั้งใบที่เขาคลั่งไคล้ ในใจลึกๆ เขาแอบภาวนาให้มันใหญ่ขึ้น ใหญ่กว่านี้อีก ภาพเบื้องหน้าคือสิ่งที่เขาจะฝังแน่นเอาไว้ในความทรงจำไปชั่วนิรันดร์

เขาแนบแก้มลงใกล้ ฟังเสียงการขยับเขยื้อนเบาๆ จากภายใน เพียงเสียงการเคลื่อนไหวแผ่วๆ นั้นก็เพียงพอจะทำให้หัวใจของอัลฟ่าเอ่อล้นไปด้วยความสุข ตลอดจนความปรารถนาอยากพบหน้า อยากทำความรู้จัก และอยากอุ้มชูชีวิตเล็กๆ นี้ด้วยความเต็มใจ

แต่ทว่าในขณะนั้น มือของเขาเผลอเลื่อนไปสัมผัสต้นขาด้านบนสุดของคนรัก เป็นการปลอบประโลมโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่ต้องการแตะต้องนั้น กลับกระตุ้นร่างกายที่กำลังแปรปรวนจากฮอร์โมนให้ตอบสนองอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แก่นกลางลำตัวของโอเมก้าแข็งขึงขึ้นอย่างน่าอับอาย ท่ามกลางความรู้สึกอ่อนโยนและความปรารถนาที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก

อัลฟี่สบถแผ่วเบาแทบไม่เป็นเสียง “เวรแล้ว…” ฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านทำให้ทุกความรู้สึกทวีความรุนแรงเป็นสองเท่า เขาไม่เคยอ่อนไหวขนาดนี้มาก่อน ทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านอารมณ์ราวกับไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป

โธมัสมองเขาด้วยสายตาที่อ่านออกยาก แต่แฝงด้วยความเข้าใจ “ถ้าคุณต้องการ…” น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นขึ้น ทว่าแฝงแววหยอกเย้าเช่นเดียวกัน “แค่ขอผม ผมช่วยคุณได้” คำพูดเรียบง่าย แต่ความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะตีความผิด ก่อนจะเพ่งเล็งไปตรงส่วนที่ชูชันขึ้นมาจากชุดคลุมท้อง และได้กลิ่นน้ำผึ้งที่เข้มข้นขึ้นผิดปกติ ทำให้บรรยากาศอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

“ผมไม่ได้จนตรอก…” อัลฟี่ตอบกลับทันที แม้เสียงจะแข็ง แต่ดวงตากลับสั่นระริก มันคือคำโกหก ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาแสดงท่าทีหยาบคาย ขวางโลก และไม่สุภาพใส่คนรักอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะเกลียด ไม่ใช่เพราะเบื่อหน่าย แต่เพราะความเงี่ยนที่อัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาไม่อาจเอ่ยปากร้องขอให้อัลฟ่านอต ในยามที่ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ มันกระทบศักดิ์ศรี กระทบความหยิ่งในตัวของเขา แต่ร่างกายกลับไม่เคยโกหก ถ้าหากเป็นช่วงที่เขาอยู่ในสภาวะติดสัด ไม่พลาดที่จะยกบั้นท้ายให้อัลฟ่าครอบครองเขาในทันทีที่มีโอกาส

“คุณแน่ใจ?” โธมัสขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก ถกส่วนล่วงสุดของผ้าคลุมท้องขึ้น มุดหน้าเข้าไปยังบริเวณที่ตนเองได้บมเพาะเมล็ดพันธุ์เอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สูง และในส่วนที่ไม่สามารถขจัดกลิ่นของเขาให้หายไปได้

โอเมก้านิ่งเงียบ ลมหายใจติดขัดโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อเกร็งแน่นขณะพยายามควบคุมตัวเอง แต่เพียงสัมผัสที่เลื่อนผ่านมาเกี่ยวตรงต้นขาเบาๆ ก็ทำให้เขาสะท้าน จนต้องเอนหลังลงกับที่นอนอย่างยอมจำนน ความคิดสับสนปะทะกันวุ่นวาย เขาพยายามยึดมั่นกับเหตุผล พยายามย้ำเตือนว่าพวกเขาควรระวัง ควรยับยั้ง ควรคิดถึงความปลอดภัยของทารกในมดลูก ที่อาจจะได้รับอันตรายจากการร่วมรัก แต่การอดทนอดกลั้นมานานกลับกัดกินหัวใจของเขาจนเป็นรู คล้ายกับหนอนที่กินใบไม้

เมื่ออัลฟ่าใช้ปากครอบท่อนเนื้อที่ขนาดเทียบไม่ติดกับของเขา เนื่องจากสถานะของโอเมก้าที่ถูกบังคับให้มีอวัยวะเพศที่เล็ก ด้วยความไม่จำเป็นต้องใช้มันทำอะไร นอกเหนือจากการขับปัสสาวะ ดูดดื่มมันอย่างเต็มความสามารถและใช้ทักษะของลิ้นที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ซึ่งโอเมก้าสร้างเสียงเพลิดเพลินอย่างหวานจับใจให้แก่อัลฟ่าโดยไม่ได้เจตนาในทันที

อัลฟี่ที่ไม่ได้ปลดปล่อยมานาน ส่งผลให้ส่วนที่ถูกดูแลเกิดการเกร็ง จนแทบจะหลั่งออกมาอย่างฉับพลัน การกระทำนั้นไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยการควบคุมจังหวะ การควบคุมสถานการณ์ และการควบคุมเขา “เดี๋ยว ผมจะ…” กำผ้าปูที่นอนแน่น ร่างกายตอบสนองว่องไวกว่าความคิด ทุกสัมผัสขยายความรู้สึกออกเป็นสองเท่า “จะแตก!!” เสียงขาดห้วงสะดุดกับลมหายใจที่หนักอึ้ง เขาพยายามเตือน พยายามยื้อเวลา แต่คลื่นความรู้สึกนั้นซัดเข้ามาเร็วเกินไป และพ่ายแพ้ในวินาทีถัดมา ร่างกายทั้งร่างเกร็งแน่น ก่อนจะกระตุกอย่างไม่อาจควบคุม ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา ซึ่งในวินาทีนั้นเองอัลฟี่ก็เสียสมดุลอย่างปฏิเสธไม่ได้ น้ำนมสีขาวขุ่นที่หลั่งไหลออกมาถูกกลืนหายลับเข้าไปในโพรงปากร้อนของโธมัสจนหมดเกลี้ยง

เมื่อทุกอย่างสงบลง ทิ้งให้โอเมก้าเหลือเพียงร่างกายที่อ่อนปวกเปียก เสียงหอบหายใจ และหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ ดวงตาจ้องมองไปที่เพดานด้วยความอ้างว้าง หลังจากนั้นเขาก็อ้าปากตามกลไกการทำงานของสัญชาตญาณ รองรับน้ำเชื้อที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดในน้ำลาย ที่ถูกโอนย้ายจากในปากของอัลฟ่า

“ผมรู้ว่าคุณแบกรับทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว คุณทั้งเหนื่อย ทั้งทรมาน เสียสละร่างกายและเวลาของตนเองเพื่อมีลูกคนนี้ให้แก่ผม อย่างน้อยก็ขอให้ผมปรนนิบัติคุณจนกว่าจะพอใจ” ทอมมี่สัมผัสใบหน้าของคนรักที่ตกอยู่ในภวังค์ ก่อนจะจุมพิตที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ พลางรู้สึกถึงการเปิดใจและตอบรับในทันทีที่ใบหน้าเกิดผงกขึ้นลงอย่างเนิบนาบ
.
.
.
ร่างทั้งสองนอนตะแคงขวาขนาบข้างกัน หมอนรองรับศีรษะอย่างพอดี อ้อมแขนของอัลฟ่าซ้อนทับอยู่ด้านหลัง โธมัสก้มลงพรมจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบริเวณต้นคอและบ่าของโอเมก้า ผิวขาวที่แต้มไปด้วยรอยรักสีแดงระเรื่อจนเกือบชมพู กลิ่นกายของกาแฟน้ำผึ้งอุ่นร้อนลอยคลุ้งในอากาศอย่างกระจัดกระจาย

อัลฟี่อ้าปากค้าง ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกครั้งที่ภายในถูกเหยียดออกกว้างรับความหนาหนักหน่วงนั้น ร่างกายก็สั่นสะท้านราวกับลูกนกในฤดูหนาว “ท้องของโอเมก้า มันเต็มอิ่มไปด้วยควยของอัลฟ่า” เสียงครางขาดห้วงหลุดออกมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ด้านหลังยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง ท่อนเนื้อยาวกระหน่ำเข้ามาอย่างลึกซึ้ง ลึกพอจะกระตุกเส้นประสาททุกเส้นให้ตื่นตัว ส่งผลให้ความเสียวซ่านแล่นวาบขึ้นตามแนวกระดูกสันหลังราวกับกระแสไฟฟ้า

“แบบนั้นแหละที่รัก” เสียงทุ้มกระซิบแนบชิด “บอกผมสิ สั่งผมสิ ว่าคุณต้องการแบบไหน ต้องเย็ดคุณแบบไหน ถึงจะไปถึงจุดนั้นได้” มือหยาบลูบไล้ไปทั่วร่างกายที่อวบอิ่มขึ้นทุกวัน ตั้งแต่ต้นขาที่แน่นเต็ม ก้นที่ท้วมหนัก หน้าท้องที่กลมตึง ไปจนถึงเนินอกที่บวมขึ้นจนเกือบจะเป็นเต้าที่พร้อมให้นม ทุกสัมผัสล้วนจงใจให้อีกฝ่ายสูญเสียการควบคุม ขณะเดียวกัน แรงกระแทกก็ทะลวงผนังอ่อนนุ่มที่รัดแน่นไม่ต่างจากเครื่องหนีบเพื่อผ่านเข้าไป

อัลฟี่ร้อนรุ่มจนเหงื่อซึมไปทั่วเรือนร่าง ผิวที่เปียกชื้นสะท้อนแสงจนดูแวววาวและงดงามยิ่งกว่าเดิม “มากกว่านี้ โธมัส…มากกว่านี้!” เสียงร้องเรียกนั้นดังก้อง ร่างกายทั้งร่างเปิดรับทุกจังหวะอย่างหมดสิ้น ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยกำหนัดที่ไม่อาจปิดบัง

อัลฟ่ารับฟังคำสั่งนั้น ก่อนจะคล้องขาซ้ายของโอเมก้าเพื่อเปิดมุมให้กว้างขึ้น เปิดทางให้การเคลื่อนไหวเป็นไปได้อย่างเต็มที่ โคนฐานของเจ้าโลกที่ปูดขึ้นคล้ายกับลูกเทนนิส บดแนบแน่นขึ้นกับขอบของรูทวาร ขณะที่แรงกระทำภายใน ย้ำลึกลงไปในความมืดมิดอย่างเร้าร้อน เน้นย้ำจนถึงขีดจำกัดที่อีกฝ่ายจะไม่สามารถรับไหว โดยมีเป้าหมายเป็นปากมดลูกที่ถูกผนึกอย่างแน่นสนิท ทำให้อัลฟี่เผลอเบือนหน้าหนี เอนหลัง ดวงตาเหลือกค้าง หายใจพะงาบๆ เสียงคำรามต่ำหลุดออกมาจากลำคอโดยไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ได้ ราวกับสัญชาตญาณดิบของสัตว์เดรัจฉานที่ถูกปลุกขึ้นมาให้อยู่เหนือเหตุผลใดๆ ในห้วงเวลานั้น ร่างกายตอบสนองไปก่อนที่สติจะตามทัน เหลือเพียงความรู้สึกที่ท่วมท้นจนยากจะต้านทาน

ในม่านแสงสีทองที่พร่าเลือน อัลฟี่เห็นมัน เหมือนกับกำลังหลุดลอยไปยังอีกจักรวาล เสียงครางที่หลุดออกมานั้นไร้ซึ่งการซ่อนเร้น ไร้ซึ่งการเคารพ และไร้ซึ่งความเป็นผู้ดี ความรู้สึกดีเอ่อล้นจนทำให้ส่วนสงวนที่อ่อนไหวกลับมาแข็งตัวซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยทุกอย่างออกมาอย่างหมดสิ้นโดยไม่ต้องใช้มือช่วย  ทิ้งร่องรอยแห่งความยุ่งเหยิงไว้บนผ้าปูเตียงและลมหายใจที่สั่นไหวไม่เป็นจังหวะ

โธมัสยังคงแนบแน่นไม่ห่าง รั้งร่างของโอเมก้าคู่ชีวิตเอาไว้กับตนเองอย่างมั่นคง ความผูกพันในรูปแบบของนอตที่รัดแน่นนั้นทำให้ทั้งสองไม่อาจแยกจากกันได้ง่ายๆ จนกว่าคลื่นอารมณ์จะค่อยๆ สงบลง ระหว่างนั้นก็ขับไล่น้ำว่าวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคุณภาพ ส่งสเปิร์มกลับเข้าไปใหม่ เข้าไปยังมดลูกที่ถูกปฏิสนธิไปครั้งหนึ่งแล้ว
.
.
.
เมื่อปมที่ล็อกระหว่างพวกเราคลี่คลาย “ให้ผมพาคุณไปอาบน้ำไหม?” แต่เขากลับได้รับการปฏิเสธผ่านทางการส่ายหน้า

“ผมอยากให้ทุกอย่างที่มาจากคุณอยู่ติดตัวผมไปตลอด” อีกฝ่ายตอบกลับ

โธมัสจึงค่อยๆ ผ่อนแรง โอบกอดร่างที่อ่อนล้าแนบอก มือลูบไล้หน้าท้องที่กลมโตอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของชีวิตน้อยๆ ภายใน เขาก้มลงแนบจูบที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเสน่หาที่หน้าผากของคนรัก รวมถึงผิวนุ่มตรงเนินท้องนั้นด้วย จากนั้นกระซิบเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฝันดีนะ เจ้าตัวเล็ก…พ่ออยู่นี่แล้ว”

อัลฟี่หลับตาลงพร้อมรอยยิ้มบาง ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความสบายใจ เสียงลมหายใจของทั้งคู่ค่อยๆ ประสานเป็นจังหวะเดียวกันในอ้อมกอดที่มั่นคงนั้น โธมัสขยับตัวให้อยู่ในท่าที่คุ้มครองได้ถนัดที่สุด ก่อนจะหลับตาลงไปนอนเคียงข้างครอบครัวของเขา ทิ้งค่ำคืนที่ยาวนานไว้กับความเงียบสงบและความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำใดเพิ่มเติม
.
.
.
จบตอน