Chapter Text
ไฟล์ของสุโอยังอยู่บนหน้าดิสเพลย์บนคอมพิวเตอร์ของเรย์ชิ
จุดสีส้มเล็กๆ ที่ด้านล่างของไอค่อนนั้นทำให้รู้ว่าไฟล์ยังคง รอการพิจารณา
รออะไร พิจารณาอะไร เรย์ชิเองก็ไม่แน่ใจ ถ้าเกิดใครนึกจะถามก็คงจะตอบได้ลำบากทีเดียว
รอการสืบสวนเหรอ? กว่าพวกทีมสอบสวนที่เกิดเหตุจะฝ่าฝูงพ่อแม่ของนักเรียนโรงเรียนมัธยมอาชินากะที่กำลังโกรธเคืองเข้ามาได้ ร่างของสุโอก็หายไปแล้ว ก่อนที่เรย์ชิจะออกมาจากเกาะ เขาเองเป็นผู้อุ้มร่างของสุโอไปวางบนแผ่นหิมะอันขาวบริสุทธิ์ภายใต้ต้นไม้ที่ไหม้ไปส่วนหนึ่ง แต่ตอนที่เขากลับไปยังซากที่เหลือเพียงเถ้าถ่านเพื่อไปชี้จุดให้พวกทีม CSI ได้เห็น ร่างนั้นก็อันตรธานไปแล้ว และกว่าจะถึงตอนนั้นหิมะก็ละลายไปจนไม่เหลือรอยเท้าใดๆ ให้เห็น ทว่า่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีรอยลากร่างของผู้ใดไปที่ไหนเช่นกัน ข้อสรุปสุดท้ายจึงเขียนได้แค่ว่า red aura ที่คงค้างอยู่ในร่างของสุโอนั้นเองคือสิ่งที่เผาผลาญร่างของนายเก่าของมันไปเสียด้วย ด้วยเหตุผลอันใดก็ยังไม่ชัดเจน
จะว่าไป... มันก็ดูคู่ควรดีแล้วหากสุโอจะไม่ทิ้งศพไว้ให้เห็นแม้แต่นิด อย่างน้อยก็ทำให้คำขวัญของ HOMRA ยังคงเป็นจริงอยู่ได้ ... เว้นเพียงแค่เลือดแดงฉานที่อาบมือของเรย์ชิ
จุดสีส้ม สว่างสลัวตรงมาที่เขาราวดวงตาเขม่นโทษ รอยเลือดที่ไม่ได้ตั้งใจพิถีพิถันล้างออกให้หมดก็มักกลายเป็นสีส้มขุ่นเมื่อเวลาผ่านไม่ใช่เหรอ ... รอ
รอวันที่ความผิดบาปในใจของเรย์ชิจะจางหายไปอย่างนั้นรึ บางวันความรู้สึกเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในใจเขาก็มีเพียงเสียง แคร้ง ยามที่ปลายดาบของเขาเจาะผ่านซี่โครงของสุโอและสัมผัสเพียงหยาดอุ่นจากโลหิตที่กระเซ็นมาตกบนมือที่กำดาบไว้แน่น
ตลอดเวลาหกเดือนหลังจากวันนั้นเขาไม่ได้ชักดาบออกจากฝักอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาปล่อยให้อาวาชิม่าเป็นผู้นำในการจัดการเก็บกวาดความวุ่นวายที่เหลือทั้งหมด และแม้แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่ได้เป็นเกิดบ่อยรายสัปดาห์อีกแล้ว ในเมื่อตอนน HOMRA ไม่มีราชาคอยปกป้องคุ้มครอง องค์กรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “red clan” ก็กลายสภาพเป็นเพียงกลุ่มอันธพาลหางแถวที่มีประวัติไม่น่าไว้วางใจ แค่เรื่องน่ารำคาญใจที่ปล่อยให้ตำรวจท้องที่จัดการกันเองก็ได้
คุซานางิ อิสุโมไม่ชอบใจเท่าไหร่เมื่อได้รับแจ้งว่างานศพของสุโอจะไม่มีร่างของสุโอไปร่วมงานเลยแม้แต่ส่วนเดียว ตอนที่อาวาชิม่ามารายงานถึงการไปส่งข่าวครั้งนั้น เธอบอกว่าชายผู้นั้นถึงกับกล่าวหาว่ามีการขโมยศพเกิดขึ้น ไอ้พวกลูกหมาโรคจิตในแผนกวิทยาศาสตร์ของพวกคุณกำลังทำการทดลองกับเขาอยู่ใช่มั้ยล่ะ บางครั้งเรย์ชิก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคำเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรนะหากต้องเขียนรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร มือของอาวาชิม่ายังจะสั่นอยู่หรือไม่ เขาไม่โทษคุซานางิหรอก SCEPTER4 มีทั้งขอบเขตอำนาจและกำลังคนที่จะทำเรื่องเช่นนั้นได้จริงๆ หวังเพียงแต่ว่าเรื่องนี้จะไม่ยิ่งตอกย้ำทำให้ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วระหว่างมือขวาของเขาและอดีตมือขวาของสุโอย่ำแย่ไปกว่านี้ มีมิตรภาพที่ต้องจบลงสังเวยคืนเดือนธันวาคมคืนนั้นมากเกินพอแล้ว
เรย์ชิเองไม่ได้ไปร่วมงานศพ มันคงจะไร้มารยาทไปหน่อยหากฆาตกรที่ลงมือสังหารจะด้านหน้าไปรวมกลุ่มกับเหล่าผู้ไว้อาลัยต่อคนที่ถูกปลิดชีพด้วยน้ำมือของเขา แม้ไม่มีใครเป็นพยานรู้เห็นในช่วงจังหวะที่สุโอสิ้นใจ แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็เข้าใจดีว่าการอยู่รอดของเมืองนี้เท่ากับว่าสุโอหมดลมหายใจไปแล้วก่อนที่ดาบแห่งดาโมเคลแดงจะสลายไป ไม่มีใครสามารถ... หรืออยากจะ... รับรู้ว่าราชาคนใดในสามคนที่เหลือที่เป็นผู้จบชีวิตของสุโอ แต่แค่เรย์ชิรู้เองคนเดียวก็เกินพอ
เขาไปเยี่ยมหลุมศพของสุโอบ่อยครั้งในช่วงเวลามืดมิดก่อนรุ่งสาง ไปอย่างไร้อาวุธ คำที่เขาเอ่ยในช่วงเวลาเหล่านั้นจางหายไปกับความเงียบงันในสุสานราวกับก้อนหินที่ถูกโยนเข้าไปในบ่อน้ำบนภูเขา
คำที่เรย์ชิไม่เคยเอ่ยออกมา เวลาหนึ่งปีที่เราไม่ได้ติดต่อกันนั้นเป็นเวลาที่ตกต่ำมากของฉันนะ สุโอ
ความรู้สึกที่เขาเก็บไว้ในใจเพียงลำพัง นายคือทุกสิ่งที่ฉันต้องการ สุโอ
ความปรารถนาที่มีเพียงสุโอเท่านั้นที่จะมอบให้เขาได้ จับมือฉันไว้สิ สุโอ
ถ้าเขาได้พูดคำเหล่านี้ออกไปก่อนที่สุโอจะตาย เหตุการณ์แตกต่างออกไปไหม ... ไม่มีทางอยู่แล้ว... สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คือคำเหล่านั้นจะยิ่งทำให้เขาทั้งสองแยกห่างจากกันยิ่งกว่าเดิม สุโอไม่เคยชอบให้ใครเข้าใกล้จนเกินไป ไม่ชอบมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีพลังไฟเผาผลาญ พลังที่พรากเศษเสี้ยวสุดท้ายของเขาไปจากเรย์ชิ
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่เขายืนอยู่ต่อหน้าหลุมฝังศพของสุโอเขาก็ยังไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้คิดถึงความเป็นไปได้ ... ถ้า... ถ้าวันที่ทั้งสองลอบไปพบกันข้างศาลเจ้าข้างโรงเรียนอาชินากะ วันนั้นที่สุโอจากเขาไป ถ้ามันกลับเป็นวันที่เรย์ชิยอมให้ตัวเองก้าวเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิมล่ะ ถ้าหากเขาเปลี่ยนการยื่นคำขาดอันแสนขมขื่นนั้นเป็นการที่ตัวเขาเองยอมศิโรราบ มันจะมีความสำคัญต่อสุโอบ้างไหม คนคนนั้นจะได้พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือเปล่าหากเขาได้ล่วงรู้ถึงความลับเพียงหนึ่งเดียวที่เรย์ชิเก็บงำจากเขามาโดยตลอด
แต่แน่ล่ะ นั่นก็เป็นเพียงการหลอกตัวเองไปวันๆ... สุโอไม่มีทางเปลี่ยนใจ เรย์ชิเป็นเพียงอุปสรรคขัดขวางแผนการณ์ของสุโอ และไม่ว่าจะคำที่เขาพูดหรือสิ่งที่เขาทำก็เป็นได้แค่สิ่งกวนใจน่ารำคาญสำหรับสุโอเท่านั้น แต่ความคิดที่ว่าเขาอาจจะช่วยสุโอไว้ได้ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมจากเขาไปไหน แม้จะรู้ตัวว่านั่นเป็นความคิดที่เย่อหยิ่งหลงตัวเองก็ตาม เขาอยากจะมีความสำคัญต่อสุโอ อยากสำคัญพอที่สุโอจะได้ไม่เดินไปสู่ความตาย อย่างน้อยก็สำคัญพอที่จะสุโอจะเห็นใจและละเว้นไม่ให้เขาต้องเล่นบทฆาตกรที่ปลิดชีวิตของชายผู้นั้นเสียเอง
และตอนนี้ ... สิ่งที่เหลืออยู่จากสุโอก็มีเพียงไฟล์ดิจิตอล... รอ
เรย์ชิกระพริบตามองจุดสีส้มนั่น
รอการเก็บเข้าฐานข้อมูลตลอดกาลเหรอ ใช่สินะ นั่นอาจจะเหมาะสมแล้วในสภาวะไร้คำตอบที่คู่ควรกับสถานะของเขา ดีแล้วที่ไม่มีใครในศูนย์บัญชาการนี้ที่จะกล้าถามเรื่องหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรย์ชิ
“นายน่าจะดีใจนะที่ฉันไม่ได้จิกหูนายเข้ามาให้สมกับความเกรียนไร้มารยาทของนายน่ะ!” เสียงของอาวาชิม่าดังขึ้นจากอีกด้านของประตูห้อง “หัวหน้าคะ ขออนุญาตค่ะ”
“เชิญ” เรย์ชิตอบ
ประตูเปิดออกให้อาวาชิม่าที่ทำหน้าตาถมึงทึงเดินเข้ามาพร้อมกับฟุชิมิที่ดูหงุดหงิดหนักกว่าปกติเสียอีก
“ชามั้ย” เรย์ชิชวน แต่ก็หวังว่าอาวาชิม่าจะปฏิเสธ ไอ้ถั่วหวานอะซึกิที่เธอชอบใส่ในของหวานนั้นมันรสชาติแย่ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
“ขอบคุณค่ะ หัวหน้า แต่วันนี้คงต้องขอผ่าน” อาวาชิม่าตอบ “เรามีข่าวไม่สู้จะดีนักมารายงาน ฟุชิมิไปเจาะดูภาพจากดาวเทียมของพวกอเมริกันและเจอสิ่งที่หัวหน้าควรจะต้องได้เห็นในทันทีค่ะ เอาให้หัวหน้าดูสิ ฟุชิมิ”
ฟุชิมิถอนหายใจหนักและก้มหน้าจ้องพรม หมอนี่มันเกรียนสันดานเสียจริงๆ เรย์ชิเองก็ไม่เคยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงชอบฟุชิมินัก
“สาบานเลย ถ้าจำเป็นฉันจะตบบ้องหูนายแน่ๆ” อาวาชิม่าตวาดพลางหันมาทางเรย์ชิ “ฉันจับได้ตอนเจ้านี่กำลังพยายามลบหลักฐานค่ะ หัวหน้า”
“ลบหลักฐานเหรอ” เรย์ชิวางศอกลงบนโต๊ะก่อนที่จะโน้มตัวมาข้างหน้า “มันไม่ผิดกฏระเบียบของ SCEPTER4 ในการเจาะเข้าไปดักสัญญานดาวเทียมของทางอเมริกานี่ครับ คุณไปเห็นอะไรเข้ากัน ฟุชิมิ”
ฟุชิมิควักเอาทัมบ์ไดรฟ์ออกมาจากกระเป๋าและก้าวข้ามพรมมาส่งให้เรย์ชิ “ภาพอยู่ในนั้นครับ หัวหน้า ทั้งหมดถูกถ่ายมาระหว่างเวลาสิบสามสามสิบถึงสิบสามสามสิบหก หนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว เหนือกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ”
เรย์ชิเสียบไดรฟ์นั้นเข้ากับเครื่องและเรียกรูปขึ้นมา รูปใหญ่ความละเอียดสูงไม่เหมือนพวกที่ใช้กันในหมู่คนที่ชอบดูแผนที่ออนไลน์ สัญญานดาวเทียมของอเมริกาใช้ภาพเสริมจากกล้องวงจรปิดเพื่อให้ได้ภาพสามมิติของพื้นที่ที่เฝ้าจับตาอยู่ และเมื่อลอนดอนเต็มไปด้วยกล้องไม่ต่างจากเมืองชิซุมิ ภาพที่ได้มาจึงไม่พลาดรายละเอียดใดๆ ไม่มีใบหน้าที่พร่าเบลอแม้แต่หน้าเดียว ในภาพแรกที่เป็นภาพมุมสูงของพื้นที่ซึ่งกำลังก่อสร้างอะไรสักอย่างนั้นชัดจนเขาสามารถซูมเข้าไปดูชื่อบนปลอกคอของสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดที่ผ่านมาได้เสียด้วยซ้ำ คนประเภทไหนกันที่จะตั้งชื่อสุนัขที่ดุดันขนาดนั้นว่าปุ๊กกี้?
ภาพที่สองแสดงให้เห็นชายร่างสูงในชุดสีส้มนั่งห้อยเท้าออกมาจากหน้าต่างชั้นสองของอาคารที่กำลังก่อสร้าง กระดาษห่อแซนวิชสีขาวปูอยู่บนตัก เรย์ชิจำมือซ้ายที่จับแซนวิชอยู่นั้นได้ดี ผิวของข้อนิ้วกลางที่บางและมันกว่า สีจางกว่าผิวส่วนอื่น แผลนั่น เขาได้แผลนั้นในวันที่เราพบกัน คืนวันปีใหม่ เกือบสิบแปดปีมาแล้ว
เขาคงส่งเสียงอะไรออกไปสักอย่างเพราะอาวาชิม่าก้าวเข้ามายืนข้างเขาในทันที “หัวหน้าคะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไร” เรย์ชิตอบและโบกมือให้เธอถอยในขณะที่เขาปาดมือไปบนหน้าจอเพื่อดูภาพต่อ ภาพนี้เป็นภาพส่วนบนของศีรษะผู้ชายคนเดิมที่โน้มตัวออกมาคุยกับคนงานก่อสร้างอีกคนที่ยืนอยู่บนถนน
หลังจากนั้นก็เป็นภาพแสนชัดเจนที่แสดงให้เห็นใบหน้าบางส่วนของชายคนนั้นในตอนที่เขาเอียงคอขึ้นมาราวกับจะจ้องตรงไปยังดวงตาของกล้องบนดาวเทียม หมวกกันกระแทกสีขาวอาจจะซ่อนสีผมของเขาไว้ แต่เรย์ชิก็ยังสามารถจดจำใบหน้าของคนผู้นั้นได้เสมอ ต่อให้อยู่ท่ามกลางคนหลายพันคน
สุโอ มิโกโตะ
