Actions

Work Header

thorki

Chapter Text

จะบอกว่า.... ตอนนี้มัน...ป่วงค่ะ

นี่เป็นครั้งแรกที่ ธอร์และโลกิได้ไปล่าสัตว์ด้วยกัน หลังจากโลกิต้องถูกขังในคุกเคลื่อนที่ที่ชื่อว่า “ธอร์” เอาจริงๆเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ ที่ไปล่าสัตว์ด้วยกันจริงๆจังๆ แบบที่โลกิเองก็สัญญาว่าจะปีนป่าย บุกป่าฝ่าดงซุ่มยิงสัตว์ไปพร้อมกับเขา เพราะตอนวัยรุ่น โลกิก็ไปกับเขาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ตอนเล็กก่อนที่เขาจะเริ่มติดโลกิ โลกิช่วง 2-8 ขวบ ถ้าเทียบกับมนุษย์ หละก็ติดเขาแจ ตอนนั้นเขารำคาญโลกิมาก ชอบเรียกร้องชอบฟ้องแม่ เล่นแรงก็ไม่ได้ เล่นเบาก็เบื่อ เขาหละอยากบอกมันทุกวันว่าแกไม่ใช่น้องฉันอย่าดีดดิ้นนักเลย แต่แม่ก็ห้ามไว้ทุกครั้ง ….ด้วยโลกิเล็กเกินไป เวทมนต์ยังไม่มี ตัวจิ๋วเดียว เล่นอะไรก็แพ้เด็กอื่น เพิ่งมาตัวไล่ๆกับธอร์ก็ช่วงปลายๆวัยเด็กนั่นแหละ จะดูไม่ออกเลยว่าใครพี่ใครน้อง…แต่ตอนตัวเล็กๆ แบ่งทีมแข่งอะไรกันทีไร ธอร์จะเนียนอยู่ทีมอื่นเสมอ

 

“เอ่อ ซิฟเป็นผู้หญิง พี่อยู่กับซิฟแล้วกันเพื่อความยุติธรรม”

 

“เอ่อ …วันนี้ทะเลาะกับแฟรนดั้ลอะ …พี่ขอไปอยู่ข้างเดียวกับโฮกันและกันนะ”

 

“วันนี้วันเกิด วอลสแต็กอะ พี่ขอไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์มันก่อนนะ วันเดียว น้า วันเดียววว นะ นะ นะ กินะนะนะนะ”

 

ทุกครั้งธอร์พูดว่านะ นะ นะ โลกิก็จะเม้มปาก เม้มเล็กลงทุกๆคำว่านะ น้ำตาคลอๆยืนจ้องกดดันบีบคั้นขอความเห็นใจ แต่ธอร์ก็ไม่เคยสนใจ หลังจากนั้นโลกิก็ค่อยๆรู้ว่าใครๆก็ไม่อยากเล่นด้วย และแย่ที่สุดคือธอร์ไม่ค่อยอยากเล่นด้วย โลกิ ณ วัยนั้นเข้ากลุ่มผู้หญิงก็โดนล้อ เข้ากลุ่มผู้ชายก็วิ่งไม่ทันใคร ร้องไห้คนก็ซ้ำเติม เลยคิดว่าไปเล่นคนเดียวดีกว่า บางทีก็เหงาจนต้องคุยกับน้ามือซ้ายกับน้ามือขวา….แต่ไม่วายต้องคุยแอบๆ เพราะมีครั้งนึงนางกำนัลเห็นเข้าเอาไปบอกแม่ ว่าองค์ชายเล็กใกล้บ้าแล้วเพคะ ….จนโลกิและหมอหลวงนับร้อยงานเข้า เขาต้องไปนั่งกลางท้องพระโรงให้หมอหลวงเรียงคิวจับเช็ก จนได้ข้อสรุปว่า องค์ชายเล็กไม่ได้บ้าแต่ไอคิวสูงมาก จนคนทั่วไปเริ่มเรียกว่าโลกิ ชาญศิลป์ โอดีนซัน ….หลังจากนั้นนอกจากมีมือซ้ายและมือขวา โลกิยังได้สีเทียนประมาณหมื่นกว่าเฉดกับกระดาษไม่อั้น เอามาให้วาดรูปเล่น มีเครื่องดนตรีมาประเคนมากมายเพื่อให้หัดเล่น และมีครูสอนเต้นรำสารพัดรูปแบบมายืนรอต่อคิวสอนทุกวัน

 

ช่วงนั้นแม้ธอร์ไม่ค่อยรักน้องเท่าไหร่ก็จริง แต่ก็เริ่มจะเอ็นดูแล้ว เพราะทุกเย็นหลังธอร์กลับมาจากเล่นกับเพื่อน เด็กอนุบาลโลกิจะเดินเอามือไพล่หลังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่ด้วยความที่ตัวโลกิเองตื่นเต้นจนเผลอทำตาโตๆปากเล็กๆ มันพิรุธเพราะพยายามเม้มปากไม่ให้ยิ้มมากเกินไป ไปยืนดักรอธอร์หน้าประตูบ้าน แรกๆธอร์ก็เหมือนพี่ชายขี้รำคาญทั่วไป คือไม่สนใจ แต่หลายวันเข้า เขาสังเกตว่า เด็กนี่ยืนรอจนกว่าเขาจะขอดูว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังเสมอ ทุกครั้งแววตาจะเต้นๆ เหมือนลุ้นว่าเขาจะขอดูไหม หลังจากเขารู้ตัวว่าน้องรอการกลับมาของเขา เขาก็ใจอ่อนยวบ จริงๆไม่รู้เองหรอก แต่แม่นั่นแหละบอกว่า หนูธอร์ หนูรู้มั้ยว่าน้องคิดถึง น้องเหงามากนะ น้องรอลูกเพราะอยากเอารูปที่วาดมาอวดทุกๆวัน….

 

วันนั้นธอร์หน้าชา สงสารน้องจับใจ เด็กชายธอร์คิดว่า เออ ถ้าเราไม่มีใครเล่นด้วยจะเป็นไงนะ ….หลังจากนั้นเขาจึงขอดูรูปและชมว่าสวยทุกครั้ง โลกิดีใจมากทุกที และโลกิดีใจจนเขาละอายเพราะตอนแรกๆชมไปงั้นๆไมได้ตั้งใจดู จนเขาต้องตั้งใจดูมากขึ้นเพราะรู้สึกผิดกับโลกิมากๆที่ไม่จริงใจกับสิ่งที่โลกิทุ่มเท…และทุกครั้งไม่ต้องทายก็รู้ว่ามันวาดรูปเป็นรูปพ่อ บางครั้งเป็นรูปธอร์ น้อยครั้งมากที่จะเป็นรูปตัวเอง บ่อยที่สุดคือรูปพ่อโอดีน พาลูกน้อยไปเที่ยวกันสามคน ไม่ก็พ่อเคาะคทากึงๆ และมีประชาชนปรบมือ ตรงข้างพ่อเป็นธอร์ เขาขำเสมอที่นึกถึง เพราะมันจะเขียนเอฟเฟ็กท์เสียงเคาะคทา “ป๊อกๆ” ทั้งที่มันดังกึงๆ และเขียนคำว่า “แปะๆๆ” ไว้ตรงมุมข้าราชบริพารตบมือเสมอ … ตอนนั้นธอร์รู้สึกว่าโลกิอยากเป็นพ่อและรักพ่อมาก แต่ก็ไม่เคยอิจฉาเขาแม้แต่น้อย แถมยังวาดเขาอยู่ข้างๆบัลลังก์พ่ออีก...

 

พอทุกอย่างเข้าที่ในวัยเด็กเล็ก การอ่านหนังสือคนเดียวเลยเป็นกิจวัตรของโลกิ แน่นอนว่าอ่านเสร็จต้องวาดรูป แล้วม้วนๆเอาผ้าเส้นยาวๆเหมือนโบว์ผูกไว้ เพราะจะให้ธอร์ดูตอนเย็น ….นี่คือชีวิตกี๊คที่ชื่อโลกิ ….ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป

 

จนเข้าสู่วัยรุ่น พอเริ่มมีหนวดธอร์ก็เริ่มมาติดโลกิ …ตอนแรกโลกิก็รำคาญ ไม่ใช่ว่าต้องการแก้แค้น แต่รำคาญธอร์ชอบมาแกล้ง มาทำให้ตกใจมั่ง มาตีขาเพียะๆๆๆๆ เล่นมั่ง ตีเบาก็จริงแต่ไม่รู้จะตีทำไมทุกครั้งที่นั่งใกล้ๆ แต่ก็ค่อยๆสนิทกันและติดกันแจทั้งสองฝ่าย….ไม่รู้ทำไมเพิ่งมาตัวติดกัน ทำไรทำด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้สนุกพร้อมๆกัน บางทีธอร์ก็ไปรอเขาที่ห้องหนังสือ บางทีเขาก็ไปนั่งแกร่วเบื่อหน่ายตอนธอร์กำลังบ้าพลังพุ่งหอกไปแทงกวาง บางทีก็ประลองกับเพื่อนมวยมั่งคนดูเยอะแยะ ทำไมจะต้องมาบังคับโลกิไปดูก็ไม่รู้ ช่วงแรกๆที่ธอร์ต้องการเขา เขาชอบบ่ายเบี่ยงแล้วธอร์ก็ต้องใช้กำลังฉุด ลาก บางทีก็อุ้มเขาไปทั้งที่มือยังถือปากกาอยู่ พอถึงที่ก็กระชากปากกาทิ้งเหวี่ยงหวือไปไหนก็ไม่รู้ แล้วพูดว่า “ขอโทษนะ พี่จะหาให้ใหม่” ฟันดาบมั่งอะไรมั่ง ธนูมั่ง ทุกครั้งที่เขาเบื่อจะแอบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่ต้องแอบให้ดีเพราะธอร์จะนอย แม้ว่านอยไม่นานแต่ก็นอยได้ล้างผลาญมาก มีครั้งนึงธอร์เดินปรี่เข้ามาหน้าตาหงิก โยนหนังสือเข้ากองไฟที่หมายจะย่างกวางที่เตรียมจะล่า แถมกระชากกระเป๋า ที่มีทั้งชุดเครื่องเขียนกับตำราโยนลงไปทั้งเซ็ท โลกิได้แต่ยืนตะลึง โยนเสร็จแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ทั้งกระฟัดกระเฟียด และไม่แม้กระทั่งหน้าหงิกอีกต่อไป ธอร์แค่ลากโลกิไปตรงพุ่มไม้แล้วจับให้นั่งลงหลังพุ่ม ตอนแรกโลกิก็ลงได้แต่ยักแย่ยักยันนั่งลงไปตามแรงกดบ่า โลกิที่ไม่มีอะไรจะทำแล้วก็ได้แต่มองธอร์ที่แอบอยู่ข้างๆ เล็งธนูแล้วก็ยิงกวาง

 

และนั่นแหละอาหารเย็น

 

มื้อเย็นวันนั้นแทนที่เขาจะงิ่ด กลับขำพฤติกรรมของธอร์ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เบื่อ ก็เบื่ออยู่ดีนั่นแหละ แต่มันดีตรงที่จบวันนั้นแล้วเขาจำเหตุการณ์นั้นไปจนวันตาย เขากล้าพูดคำว่าจนวันตาย เพราะณจุดที่ใกล้ความตายจริงๆ แทนที่เขาจะเกลียดธอร์จนสุดกำลัง จะได้ไม่ต้องหนักใจอีกต่อไป ดันมานึกถึงเรื่องนี้จนได้…ทั้งที่มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่ธอร์ทำอะไรเพื่อเขาสักหน่อย มันเป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่นึกทีไรก็ยิ้มทำไมก็ไม่รู้

 

แต่วันนี้รู้แล้วเนอะ ใช่มะ โลกิ…โลกิยิ้มกับตัวเองที่นั่งอยู่ในพลับพลาเนรมิต ธอร์กำลังซ้อมง้างธนู เพราะอาวุธพวกนี้เซ็ทใหม่ทั้งหมด โดยวิศวกรรมเทพบุตร จอมเสกรูปธรรมแห่งแอสการ์ด แต่ก็ไม่รู้เสกอีท่าไหน ธอร์ทำท่าเหมือนงงกับอาวุธ จนต้องหันมาแสดงสัญญาณขอความช่วยเหลือ โลกิเลยต้องเดินลงมาจากพลับพลาจนได้ ไม่รู้จะถามหาอะไร ก็เขากับวิศวกรรมเทพบุตรมันคนละคนกันนี่หว่า ไอ้เสกอาวุธ เสกพลับพลา เสกสรรพโยธาการช่าง นี่มันไม่ใช่เรื่องของเขาแม้แต่น้อย….เอาจริงก็ทำได้นะแต่มันไม่สนุกอะ…

 

โลกิเดินมาถึงธอร์ แล้วรับธนูมาไว้ในมือ ธอร์ก็อยู่ใกล้ๆมองดูมือโลกิให้ถนัด โลกิทำท่าหยิบลูกศรแล้วง้างให้ดู ก่อนโลกิจะพูดว่า ก็อย่างงี้ไงพี่ แล้วคืนธนูแก่ธอร์ไป ธอร์กลับล็อกตัวโลกิ ในท่าซ้อนพอดีจากทางด้านหลัง มือนึงก็จับมือที่ง้าง มือนึงก็จับศอกที่จับลูกศร

 

“ยิงซิ ยิงให้พี่ดูหน่อย ว่าโลกิของพี่เรียนมาในห้องแล้วทำได้จริงๆ” ธอร์ยิ้มกริ่ม เขาชักหลอกโลกิได้บ่อยขึ้นๆ

“ทำไมต้องหลอกกันด้วย” โลกิได้แต่หันหน้าไปถามเพราะตัวโดนล็อก

“ไม่หลอกเราจะมาเหรอ” ธอร์ยังไม่เลิกยิ้มกริ่ม ทั้งที่ข้าราชบริพารก็ยืนตั้งแถวหน้าพลับพลากันเป็นหลายสิบนาย “เอาต้นสนคู่นั่นอะ เอาให้ลูกศรผ่านช่องว่างระหวางสองต้นนั้นไป”

 

โลกิแอบอ้าปาก ยากจะตาย ต้นสนคู่นั้นไกลไม่รู้กี่เมตรปกติเรียนในห้องเป้ามันใกล้กว่านี้เยอะ แถมไม่แคบด้วย แถมให้ยิงลอดช่องเล็กๆอีก “ไม่รับประกันนะพี่ธอร์” ธอร์ค่อยๆปล่อยมือจากโลกิ เขาถอยออกมาสองสามก้าว ให้โลกิง้างธนูถนัดขึ้น โลกิค่อยๆปล่อยลูกศรไป ลูกธนูผ่านช่องไปอย่างง่ายดาย แต่ไม่ไปในระนาบกลาง แต่สะบัดขึ้นบนเล็กน้อย

 

“เราอะ ยิงแม่นมากในระดับแนวนอนนะ ซึ่งพี่ถือว่ายิงแม่น เพราะถ้าพลาดในแนวตั้ง มันเพราะกะแรงไม่ค่อยถูก เลยสะบัด” ธอร์อธิบาย เพราะเขาสังเกตการยิงของโลกิมานาน แถมเอาเป้ากระดาษมานั่งดูตั้งหลายเป้า แต่โลกิอาจไม่สังเกตเห็นเพราะเขามองแค่ผ่านๆ

 

“แม่นแล้วใช่มั้ย แม่นแล้วก็ไม่ยิงแล้วนะ” แม่นสิ ไม่งั้นจะรับลูกศรฮ็อคอายได้ไงหละ นี่ถ้าไม่ระเบิดคามือหน้าแหกหละก็ หล่อตายเลยซีนนั้น….โลกิทำท่าจะเดินหนี แต่ธอร์ล็อกตัวไว้ทัน ซึ่งไม่ต้องใช้แรงเยอะก็อยู่เพราะอำนาจแหวน โลกิก็ไม่ยอมหรอก ดิ้นได้แค่ย็อกแย็กก็ยังจะดิ้น ธอร์เลยรวบตัวเอาไว้ จนข้าราชบริพารเขินกันเป็นแถว …ซึ่งบางแถวก็ขำ บางแถวก็แอบป้องปากหัวเราะ…

 

“ไม่เอา ไม่เอาแล้ว อยากนั่งเล่น วันนี้มาเที่ยวไม่ได้มาเรียนนี่นา” โลกิขอความเมตตาทั้งหน้ายิ้มๆ ในอ้อมแขนธอร์ ซึ่งไม่ได้กอดอะไรแน่นก็แค่ล็อกช่วงเอวไว้แต่หน้ามันเกือบชนกัน แต่นั่นก็ทำให้ข้าราชบริพารหลายนางแอบฟินลึกๆ บางรายก็เผลอขำจนถาดผลไม้สั่น องุ่นส้มบางลูกก็ร่วงลงพื้นเก็บแทบไม่ทัน..พอก้มลงเก็บอีมือที่ประคองพานดันไม่มั่นเพราะหูมัวเงี่ยฟังคู่จิ้นประจำราชอาณาจักร เลยหกคว่ำลงไปทั้งถาด มหาดเล็กชายแท้เห็นความโมเอ้ของนางก็แซว เสียงดังเข้าเก้งกวางนางไม้ก็สะดุ้งป่าลั่นกันเป็นแถว สร้างความโกลาหลไปทั่วแนวไพร กะอีแค่องค์ชายไม่ยอมยิงธนูนี่แหละ…

 

ธอร์ก็ไม่พูดอะไรแค่จับโลกิหันหน้าไปอีกทางแล้วจับธนูยัดใส่มือ โลกิหมดทางสู้เลยต้องยิง อยากจะตั้งใจยิงให้มันจบๆไป สององค์ชายไม่ได้รู้เลยว่าฉากหลังมันไร้ระเบียบฟุ้งกระจายวายป่วงแค่ไหน

 

เราเป็นเจ้าชายเราไม่แคร์

 

เราเป็นพระเอกนายเอก โลกนี้มีเพียงสองเรา

 

โลกิยิงธนูออกไป คราวนี้พุ่งผ่านกลางต้นสนเป๊ะๆ “คราวหน้าเจอแน่ไอ้หอก…อาย” โลกิคิด…

“ไป ไปดูกันว่าหลังต้นสนมีอะไร” ธอร์ทำสัญญาณมือเรียกมหาดเล็กวิ่งไปเอาสิ่งที่ธอร์วางแผนไว้ให้โลกิยิงไปโดน

มหาดเล็กวิ่งมาเป็นม้วนกระดาษสีขาวๆที่มีธนูเสียบอยู่ โลกิคลี่ออกดูโดยไม่ให้ใครเห็นนอกจากเขาและธอร์

 

“รักคนยิง…ปิ๊งคนอ่าน จาก พี่ธอร์”

โลกิขำ นี่จะเสี่ยวไปไหนอะ??? แต่ก็น่ารักดีเลยไม่ได้ว่าอะไร ปกติคนอย่างโลกิจะปลื้มจะรักอะไรมันต้องเอคลาส รสนิยมชั้นเลิศ อย่างเชอร์ล็อก โฮล์มสกิ๊กเก่าเขานี่ไม่ซับซ้อนจะไม่เสพแน่ๆ จริงๆไอ้ไวโอลินสตราดิวาเรียสอันนั้น เขาแอบเอาไวโอลินมะขามโปร่งฟ้ายืนตายพรายจากแอสการ์ดไปสับเปลี่ยน ทำให้มันเพราะเวอร์ไปกว่าเก่า จากหรูอยู่แล้วเลยไฮโซโก้เก๋ ตีนแดงตะแคงตีนเดินไปกันใหญ่ …ไม่ใช่มาเสี่ยวบ้านร้านทุ่งแบบนี้ พี่ธอร์เป็นเจ้าชายยังไง รสนิยมยังกะช่าง ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่มันไม่ซับซ้อน มันตรงๆลุ่นๆ บ้านๆ เสี่ยวๆ

 

ไม่เคยคิดเลยว่าคนแบบนี้จะน่ารัก

 

“ชอบมั้ยอะ” ธอร์ถามอย่างหวั่นๆ

 

“ไม่ ไม่ชอบแบบนี้” โลกิไม่ได้เล่นตัว แต่ก็ตอบไปตามความเป็นจริง “…ถ้าไม่ได้มาจากพี่”

“แหมม แล้วว่าพี่เสี่ยว” ธอร์หรี่ตา…ก่อนจะดึงโลกิเข้ามาใกล้กว่าเดิม ถ้าไม่มีสติจะจูบแล้วแต่พอดีนึกขึ้นได้ เลยยั้งไว้แค่นั้น แต่ทั้งสองหาได้รู้มั้ยว่าข้าราชบริพารเขตพระราชฐานชั้นใน รู้กันเกือบหมดแล้วว่าได้กัน เพราะนังกำนัล เรียกว่านังนี่แหละ จากฝ่ายซักล้าง ที่ต้องซักผ้าปูที่นอนช่างเม้า

 

“ผ้าปูนะ มันต้องมีสองผืนใช่มะ ผืนแรกชื้นๆ คาวๆ ยับๆ อีกฝืนตึงเปรี๊ยะเลยแก๊!”

 

เม้าแบบนี้ใครจะไม่รู้…ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ทุกคนกลับพลับพลาที่พักเพราะธอร์ล่ากลางได้สามตัว โลกิได้หมีตัวนึง ไม่มีไรมาก ก็แค่สลบเพราะโลกิยิงยาสลบ เพราะอยู่ๆก็อยากเลี้ยงสัตว์ตัวใหญ่ๆ อย่างหมีขึ้นมา ก็คิดว่าจะจับไปเลี้ยงเล่นที่วัง นี่ถ้าหมีมันปีนมะม่วงหาวมะนาวโห่นะ….ฟินอ้ะ! โลกิคิด ว่าจะถ่ายรูปลงอินสตาแกร็มแอสการ์ดให้สาแก่ใจ แล้วจะตั้งชื่ออัลบั้มรูปประมาณว่า หมีเค้า หมีเค้าเอ๊งงง!!! ต้องเล่นเสียงหน่อย เพราะมันแสดงถึงความฟินขั้นสุด…

 

ตอนนี้ข้าราชบริพารหลับหมด เนื่องจากยาสลบที่ธอร์หัดปรุงจากตำราโลกิ แล้วโลกิทดสอบแล้วว่าผ่าน

 

เพราะคืนนี้เขาสองคนจะไปเที่ยวเล่นกันสองต่อสองหนะสิ!!!!

 

จริงๆแผนวางยาทาสข้าอะไรพวกนี้หนะ โลกิวางแผนก็จริง แต่ที่ที่เขาจะพาโลกิไปนี่ โลกิไม่เคยมาแน่ๆหละ เขาแอบมาทำเอาไว้นานแล้ว กะพาเมียมา

 

 

ไม่คิดว่าจะเป็นโลกิ

 

ฮี่ๆ

 

ต่อๆ ….ธอร์บอกตัวเอง…พอพ้นเขตพลับพลาธอร์ก็เริ่มเดินเร็ว แกล้งให้โลกิต้องรีบตาม เพราะตั้งแต่เข้าวัยรุ่นโลกิมีฤทธิ์เขาก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เดี๋ยวก็หายตัวไปไหนไม่รู้ บางทีก็ชอบโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขามีอะไรมาอวด โลกิก็ชอบทำเป็นไม่อยู่จนบางทีอารมณ์ดีๆแข่งนั่นแข่งนี้ได้ กลายเป็นหงุดหงิดจนฟาดงวงฟาดงาไปซะงั้น ไม่เหมือนตอนเล็กๆ ที่โลกิตัวจิ๊ดริด เขาทำอะไรก็ชอบมาจ้อง มาถาม “พี่ๆ ทำไรอะ” จริงๆมีคำว่าหนูเล่นด้วยนะ แต่ว่าโลกิขี้อายเลยไม่ได้พูดออกมาเท่านั้น…วิ่งไปไหนโลกิก็พยายามวิ่งตาม บางทีก็หกล้มหกลุก พอเงยหน้าขึ้นมาได้แม่ก็มาอุ้มแล้ว เขาก็หยุดมองน้อง โลกิที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะหกล้ม แล้วก็เสียใจที่โดนทิ้ง ….ทำไมไม่ให้หนูไปด้วย…เขาเองก็อดหันไปมองไม่ได้ แต่ทำไงได้หละ ตอนนั้นเป็นเด็กคิดไม่ออกนี่นาว่าทำแบบนี้มันไม่ดี แต่ตอนนี้ขอรำลึกความหลังหน่อยแล้วกัน

 

โลกิวิ่งตามอย่างสุดกำลังขาลีบๆแต่ด้วยความยาวก็พอสูสี ไม่รู้มาคึกบ้าอะไรตอนนี้ ถ้าไม่ทันแล้วเกิน 30 เมตรฉันก็แย่สิ…. วิ่งซะเร็วเลยไอ้พี่ธอร์ โลกิเริ่มงิ่ด แต่ทำไงได้ ไม่มีเวทมนต์แล้ว เขาก็เหลือแค่โลกิตัวเล็กจิ๋วเหมือนตอนเด็กนั่นแหละ นอกจากเกราะเขาไม่มีอะไรเลย….ธอร์เริ่มกวนตีนหนัก ด้วยการหันหลังวิ่ง ขอให้แม่งมีรากไม้ จะได้สะดุด ล้มเมื่อไหร่จะขำให้ฟันร่วงเลย!!!!

 

“เร็วๆสิ โลกิ เรานี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยน้า” ธอร์แซว สงสัยอยากแก้แค้นตอนโดนเขาหลอกให้พุ่งเข้าไปขังอยู่ในห้องขังไอ้ตัวเขียว หวะ!!!นึกแล้วแค้น ทำมาเป็นสุภาพบุรุษ หน็อย สุภาพกับทุกคน ด๊านนนมากกากกับกู๊!!! ฟาดไม่ฟาดเปล่ายังจะด่าอีก …โลกินอยไป งิ่ดไป วิ่งไป ไอ้พี่ธอร์ก็วิ่งถอยหลังไปเรื่อยๆ จะทันแล้วๆๆ โลกิพยายามวิ่งให้ทัน อยู่ๆมายั่วโมโหอะไรกลางดึก ตอนนี้ใกล้ทันเข้าไปทุกทึ โลกิหน้านิ่ว

 

อยากเล่นก็จะจัดให้!!!

ธอร์ก็วิ่งไปเรื่อยจนถึงลานโล่ง ชนิดที่ไม่มีแม้แต่เงาไม้ อยู่ๆก็หยุดกึกโดยไม่บอกกล่าวก่อน โลกิที่พยายามจะวิ่งให้สุดแรง กระแทกตัวธอร์เข้าอย่างจัง แต่ไม่แรงนักเพราะธอร์รวบตัวเขาแล้วล้มตัวลงอย่างตั้งใจทันที ทำให้เขาทั้งสองลงไปนอนวัดพื้นกันอยู่บนผืนหญ้านุ่มๆ …หลังธอร์สัมผัสพื้นหญ้า โลกิยังใจเต้นแรงอยู่ เพราะตกใจที่อยู่ๆก็วูบลงพื้นมาซะอย่างนั้น

 

“เล่นบ้าอะไรเนี่ย” โลกิถาม หงุดหงิดปนกับเขินนิดๆ เพราะนอกจากในห้องส่วนตัว เขาสองคนไม่เคยมานอนทาบกันแบบนี้เลย …ธอร์ก็ยังไม่ปล่อย ธอร์นี่ก็ชอบทำเหมือนเขาเป็นของใหม่ ชอบทำเหมือนเขาเวอร์จิ้นแล้วจะฟาดเขาครั้งแรก โอเคว่าหลังสองยกไปเขาจะเป็นฝ่ายคุมเกม แต่ก็คุมได้ไม่เกินสองยก… ธอร์ทำตื่นเต้นเขาเลยไม่ชินสักที เข้าหากันทีไรรู้สึกเหมือนเสียตัวครั้งแรกทุกที แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้เลิกเขิน เขาไม่ชอบอารมณ์เขินเลย มันเหมือนการเป็นฝ่ายรับ ที่ขั้นกว่าเข้าไปอีก

 

ธอร์ไม่ตอบว่าเล่นบ้าอะไร แถมกอดแน่นกว่าเดิม แล้วก็กลิ้งเพื่อจะพลิกโลกิให้ไปอยู่ล่าง แต่ไม่ยอมเปลี่ยนท่านั่นเอง “ไม่เอา อย่านะ ตรงนี้ไม่ดีอะ” โลกิเริ่มโวยวายเพราะคิดว่าธอร์จะชวนเขาทำกิจกรรมเข้าจังหวะ แอโรบิกกลางแจ้ง…

 

ธอร์อยู่ข้างบนแล้วก็เปลี่ยนจากกอดแนบแน่นไปเหลือแค่คร่อมโลกิเอาไว้เท่านั้น

 

“ทำอะไร คิดแต่เรื่องลามกนะเราหนะ….พี่จะพามาดูนี่” อีพี่ธอร์นี่ก็ขี้เล่นขี้อำขี้แกล้งสารพัดขี้ขึ้นทุกวันหลังจากโลกิสิ้นฤทธิ์เดช…ผลัดกันหลอกกันหรือไง…ธอร์ชี้ส่งๆขึ้นไปบนฟ้าให้โลกิที่หลังติดพื้นได้มองขึ้นไปบนฟ้า ที่เต็มไปด้วยดาว ท้องฟ้าตรงนี้โล่งมาก เพราะไม่มีต้นไม้บังแม้สักต้น ข้างหลังก็เป็นสระน้ำที่ใหญ่กว่าในห้องสักสิบเท่าได้ โลกิยิ้มออกมา ธอร์พลิกตัวมานอนอยู่ข้างๆ ในท่าที่เพื่อนหรือพี่น้องก็ทำกันได้

 

“พี่ทำห้องนี้ไว้นานแล้ว พี่เรียกเป็นห้องเพราะมันเป็นส่วนลึกของป่า แต่กลับเหมือนสวนหย่อม เหมือนห้องลับ พี่ใช้ได้คนเดียว” โลกินอนอยู่ๆธอร์ก็ยื่นแขนให้หนุน โลกิหันหนีก่อนจะกัด “พาใครมาไอ้ม่านรูดนี่หละ เมื่อก่อนหนะ”

 

ธอร์เจ็บจี๊ดแม้จะไม่จี๊ดแรงมาก ทำไมต้องตอกย้ำกันก็ไม่รู้…ก็จริงอยู่เมื่อก่อนเขาเจ้าชู้ฟาดดะมาทุกดาว จนทำให้โลกิต้องไปตามล้างเช็ดเลี้ยงหลานมาแล้วก็มากมาย เพอร์ซิอุซงี้ในโซนกรีก …โดยเฉพาะโซน south east asia ทั้งน้องยอพระกลิ่น พาลี อุทัย คนหลังสุดหนักหน่อย เพราะจริงๆเป็นลูกคนแรก โลกิเกลียดอะไรหลานมากมายก็ไม่รู้ บอกให้ไปเลี้ยงเพราะเขาต้องทำหน้าที่ปิดพ่ออยู่ในอาณาจักร โลกิมันแว่บบ่อยพ่อไม่รู้เรื่องหรอก โลกิดันถือวิสาสะกำบังหลานในร่างคางคก ให้คนรังเกียจเล่น พอหลานโตมีผัวออกเรือนไปก็เอาไปฟุ้งฟาดใส่มเหสีฝ่ายซ้ายตอนเจ้าชายเผลอ ว่าชั้นไม่ใช่ขี้ๆนะยะ ชั้นเป็นลูกเทพเจ้าสายฟ้า ไม่ใช่ไร้หัวนอนปลายเท้า หล่อนหละเป็นใครไฮโซสู้ฉันได้มั้ย …ก็โลกิมันไปบอกซะอย่างนั้น แถมไม่บอกด้วยว่าตัวเองเป็นแค่อาหลานก็นึกว่าคนที่มาเลี้ยงมันอะเป็นพ่อ ชุดที่ใส่ไปทำหน้าที่ก็ชุดนี้ คนแถวนั้นเลยคิดว่าเทพเจ้าสายฟ้าตัวเขียวกันไปทั้งบาง

 

มันใช่ที่หนายยย ผ้าคลุมฉันสีแดงต่างหาก

 

เอาน่าลูกๆกึ่งเทพอายุเท่ามนุษย์ของเขาก็ตายไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาถอดเขี้ยวเล็บเพราะได้อยู่กับคนที่ตัวเองคิดว่าคงเป็นได้แค่ฝัน มันจะมีอะไรดีกว่านี้อีก เขาไม่ยอมทำตัวแย่ๆให้โลกิทิ้งเขาหลัง 20,000 ปีหลังแน่นอน เขาดึงโลกิให้มาหนุนแขนเขาจนได้ อย่าดื้อนักได้มั้ย พี่ก็ทำตัวดีแล้วนะ

 

“พี่พาเรามาคนแรก และคนเดียว” ธอร์ตอบโลกิไปด้วยเสียงเบาๆ ด้วยโทนที่เขาใช้คุยกับคนพิเศษ โลกิตะแคงหันมาหา แววตาของโลกิเต็มไปด้วยความสั่นไหว “ถ้าเราไม่ต้องติดแหง็กอยู่ด้วยกัน พี่จะรักฉันมั้ย” ไม่รู้ทำไมถามแล้วต้องทำน้ำตาคลอๆด้วย ธอร์เลยอ่อนยวบ ไม่รู้จะอ่อนทำไมเหมือนกัน เพราะแค่นี้ก็ยอมจะแย่อยู่แล้ว จนเขาสงสัยอยู่บ่อยๆว่า ตกลงไอ้แหวนนี่ทำใครเป็นทาสกันแน่วะ???

 

“รัก …แต่คงไม่ได้กันมั้ง” ธอร์หัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเศร้าๆ ไม่รู้จะเศร้าทำไมเหมือนกัน ก็ตอนนี้เขาทั้งสองสมหวังอยู่ด้วยซ้ำ เขาเอื้อมมือไปลูบผมของโลกิ เหมือนคนรักสองคนที่กำลังผิดหวังจะต้องร่ำลา ทั้งๆ happy ending กันอยู่

 

“เชื่อดีมั้ยเนี่ย พี่ไม่ได้ฉันก็คงไม่เดือดร้อนสินะ” โลกิหยุดมือที่ธอร์กำลังลูบผมเขาอยู่

 

ธอร์ถอนหายใจ …โลกิไม่รู้หรอกว่า ตอนที่เขาไม่รู้ว่าโลกิจะโดนโทษอะไรเขาทุกข์ร้อนขนาดไหน แถมตอนโลกิหายไปนี่เขาแทบบ้า ดีนะไปรีแห็บเจอเพื่อนสองคนที่นั่งติดกัน ทั้งจอห์น วัทสันเสียเพื่อน กับแมรี่ มอร์แสตนเสียคู่หมั้น สองคนนั้นไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไง เพราะเขาคงเป็นคนเดียวที่เจอปาฏิหาริย์ เห้อ ….ต้องไปเยี่ยมซะหน่อยนะว่างๆ เพราะไปลอนดอนทีไรยังไม่ได้ขับมินิ…ไม่ใช่สิ ยังไม่ได้ทราบข่าวคราวเพื่อนๆเลย

 

“เราต่างหากไม่เดือดร้อน พี่นี่สิรับเต็มๆ เมื่อก่อนเรามองพี่เป็นพี่ชายนี่นา พี่รู้อยู่คนเดียวว่าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกัน…ตอนเราเพิ่งเป็นหนุ่มกันอะ มีครั้งนึงพี่พาเราไปดื่มครั้งแรก แล้วเราเมาจนเละเทะ …พี่มีไรจะสารภาพหละ” ธอร์หยุดพูดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ เพราะโลกิจ้องด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

 

“คือคืนนั้นพี่แอบจูบเราตอนที่เมาหลับ…” ธอร์ยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงชีวิตวัยทีน กับความรักครั้งแรก ที่ ณ ตอนนั้นมันเป็นได้เพียงรักคุด ความรักนี่ช่างน่ากลัว ต่อให้สุขสมหวังอยู่ตำตา เพียงแค่คิดจินตนาการถึงความผิดหวังความพลัดพรากจากคนตรงหน้า น้ำตาก็มาเอ่อได้ยังไงก็ไม่รู้….นี่แค่ย้อนอดีตเท่านั้น และโลกิมานอนเคียงข้างเขาแล้วไม่วายที่จะนึกถึงความรู้สึกหมอง อึดอัดสมัยวัยรุ่น ณ ตอนนั้นเขาได้แต่เฝ้ารอหมอรักสาวรายอื่นๆมาถอนรักคุดนี้ทิ้งออกไปเท่านั้น ธอร์ส่ายหน้าน้อยๆ ยิ้มให้กับความคิดเสี่ยวๆของตัวเอง หลังจากนั้นเขาได้แต่เก็บไว้ในใจ และออกฟันสาวเผื่อจะได้เจอหมอฟันคู่ใจสักคน ตอนนั้นชีวิตก็เหมือนเพลงของมาช่า

 

แอบเก็บเอาไว้ บอกใครไม่ได้ทั้งนั้น ทั้งๆที่ฉันรักเธอรักเธอกว่าใคร

…ก็สำหรับโลกิ เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ทุกอย่างมันจะเป็นไปได้ยังไง ไม่แปลกเลยที่ตอนนี้ธอร์เปลี่ยนแปลงตัวเองขนานใหญ่ เพราะเวลาคนเราสมหวัง คนเราจะมีแรงมีพลังทำอะไรๆเสมอ

 

โลกิทำตาโต ไม่ใช่เพราะตกใจ แหม ฟี้ทกันมาไม่รู้จะออกอัลบั้มรีมิกซ์แนวไหนได้อีกแล้ว จะตกใจอะไรได้อีก แต่ที่ทำตาโตเพราะขำต่างหาก แล้วเขาก็หลุดหัวเราะมา

 

“พี่ธอร์ ไม่ได้เมาเหรอ” โลกิยิ้มออกมา คราวนี้หละปากฉีกถึงรูหู หุบไม่ได้แล้ว

ธอร์ก็ยิ้มไปด้วย “หืมมม ก็ใช่หนะสิ ทำไมเหรอ ตกใจทำไม?? ก็เราไม่มีไรจะปิดกันแล้วหนิ หรือยังไง”

 

“คืนนั้น ฉันก็แกล้งเมา”

 

 

“คิดว่าฉันแกล้งเมาอยู่คนเดียวมาตลอดเลยนะเนี่ย” คืนนั้นเขาจูบตอบธอร์และฟัดกันอยู่พักใหญ่ แต่ก็แค่เม้กเอาท์นัวเนียกันอะนะไม่ได้เลยไปถึงมีอะไรกัน...โลกิยิ้มกัดปากล่างแล้วหัวเราะฮื่อๆ เหมือนเด็กๆ ธอร์หมั่นเขี้ยวเลยดึงเขาเข้ามาจูบสักที “ป่าวๆ ตอนนั้นฉันไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้น ตอนนั้นแค่อยากลองว่าจูบมันรสชาติยังไง เพราะฉันจีบใครไม่ติดเลย ไม่เหมือนพี่นี่”

 

“แต่ทำไปแล้วรู้สึกผิดมากเลยนะ” โลกิทำตาเศร้าอีกแล้ว เมื่อนึกถึงอดีต สมัยยังเป็นพี่น้องกัน และอะไรๆมันยังไม่ลงตัวสักอย่าง “ดีใจมาก เพราะตื่นมาพี่ไม่พูดไร ฉันเลยคิดว่าพี่จำไม่ได้”

 

“ใจร้ายหวะ เพราะพอตื่นมาเห็นเราเหมือนเดิม พี่คิดว่ามันไม่มีความหมายสำหรับเราจนเราลืม... พี่โคตรเสียใจเลย…” ธอร์พูดว่าใจร้ายก็จริง แต่ไม่ได้มีสีหน้าน้อยใจแม้แต่น้อย แต่ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกแย่ ลงโทษย้อนหลังหน่อยดีมั้ย เขาเริ่มแกะชุดโลกิ...โลกิไม่ชินกับกลางแจ้ง เพราะกลัวถ้ายานอนหลับธอร์ยังไม่เชี่ยวชาญในการปรุง ถ้าอ่อนไปแล้วบ่าวไพร่มาถามหา แล้วมาเจอตอนลงเสาเข็มป๊กๆๆๆ กันพอดีจะทำยังไง แต่ท่าทางจะห้ามไม่ได้

 

“ไม่เอาตรงนี้ได้มั้ยพี่ธอร์ กลัวคนเห็นอะ ไม่ดีนะ อย่าเลย” แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะธอร์ก็ถอดไปเรื่อยของตัวเองก็ไม่ยอมถอด แล้วถอดของธอร์นี่ต้องเริ่มจากข้างล่างก่อนทุกที เป็นอันว่าถอดครึ่งตัวก็เหมือนแก้ผ้านั่นแหละ ช่วงล่างของโลกิสัมผัสผืนหญ้านุ่มเต็มๆ ทั้งเย็น นุ่มและจั๊กจี๋ไหนธอร์จะถอดไปจูบไป อีแหวนบ้านี่ก็ทั้งไม่ให้ขัดขืนแถมยังกระตุ้นจินตนาการอีก ตอนนี้โลกิขัดขืนได้อย่างมากที่สุดคือการนั่งเฉยๆเพราะขนลุกไปทั้งตัว ภาพในหัวตีกันยุ่งไปหมด… แถมไม่รู้กลัวจะหนีหรืออะไร เพราะหนีไม่ได้แน่ๆอยู่แล้ว ถึงได้เข้ามาค้นห้องใต้ดินทั้งที่ยังไม่ได้ถอดช่วงบน ของธอร์เองก็ปลดซิบ แล้วนี่พี่ธอร์แกจะพก lube ไปทุกที่หรือไง …. ดีนะยังไม่ขยับตัว ตอนนี้อยู่บนท่ามาตรฐานของเขาและธอร์ เพราะมันไมใช่ท่ามิชชันนารี มันคือการนั่งตักคร่อมเกียร์แบบหันหน้าชนกัน ….

 

ไม่ทันขาดคำในความคิด ธอร์เริ่มที่จะขยับตัว เขาอยากจะลุกหนี แต่ขามันไม่มีแรง และเชื่อว่าต่อให้ไม่ใส่แหวน เขาก็หมดทางจะลุก เพราะธอร์ชำนาญทางไปจุดยุทธศาสตร์ทุกจุดของเขาหมดแล้ว มือไม้ก็พาลอ่อนตามขาไปด้วย จนตอนนี้ธอร์ถอดท่อนบนของเขาตามท่อนล่างไปติดๆ แล้วเหวี่ยงไปไหนก็ไม่รู้ ท่าทางคืนนี้ยังอีกยาวไกล

 

ธอร์กอดโลกิอย่างแนบแน่น อบอุ่น แต่โลกิไม่อุ่น เพราะผิวหนังของโลกิสัมผัสกับเกราะเย็นๆของธอร์ ธอร์เอนตัวลง ทำให้หน้าโลกิซบอยู่กับต้นคอของธอร์ ปกติเขาจะเป็นคนคุมเกมหากอยู่ในลักษณะนี้

 

“วันนี้พี่อยากคุม อยากคุมคนเดียวเลย ปกติพี่ไม่เคยให้ใครบังคับเลยนะ” ธอร์กระซิบเบาๆ แต่เสียงก็โหดใช่เล่น พูดเสร็จก็ฟาดก้นโลกิดังป้าบ ทำเอาเขาสะดุ้ง สะดุ้งแล้วอะไรๆข้างในมันก็กระทบกันแรงกว่าเดิม….โลกิก็ยักแย่ยักยัน วางท่าไม่ถูกแล้ว…โลกิรวบรวมกำลังยืดตัวขึ้นมา เพราะธอร์ไม่ได้รัดฟัดอะไรมาก แค่ประคองสะโพกเอาไว้เพื่อบังคับทิศทางเท่านั้น แต่ยืดขึ้นมาไม่ทันจะตัวตรง ธอร์ก็แกล้งแตะ ….หมายถึงเอา….แตะ…. ในห้องโถง แบบว่ามันเป็นปุ่มเอ็มเมอร์เจนซี่ กดทีนึงหวอดัง ….โลกิเลยหมดเรี่ยวแรง ลงมาซบที่เดิม ดีจริงๆที่หวอดังแล้วธอร์ได้ยินคนเดียว ไม่งั้นตำรวจคงมาเป็นกรม ….ทีนี้ราชวงศ์แอสการ์ดคงฉาวไม่แพ้ราชวงศ์ยุโรปแน่ๆ…

 

โลกิหายใจหอบรวยริน หลับตาพริ้มบนพื้นที่ยังสั่นไหว “พี่ยังไม่ถึง พี่ต่อนะ” ธอร์กระซิบเบาๆ ไม่รู้จะถามไปเพื่ออะไร เพราะถ้าเขาบอกว่าไม่ให้ทำ ก็คงไม่หยุดหรอก เกราะของธอร์ทั้งแข็งทั้งเย็น แต่เขาก็ไม่มีแรงจะสู้แล้วเลยต้องซบทั้งอย่างนั้นในท่านั้น แล้วธอร์ก็เคลื่อนไหวแรงขึ้น ถี่ขึ้น เขาเองก็พาลจะรอบสอง ธอร์นี่ก็กระแทกไป มือก็ฟาดก้นดังเพียะๆ ไป เจ็บน้อยเมื่อไหร่ ฟาดทีโลกิก็สะดุ้งที สะดุ้งทีปุ่มก็โดนกดที โลกิลืมตัวว่าไม่มีใครได้ยินเสียงนอกจากธอร์เลยเม้มปากแน่น มีก็เพียงเสียง อึ๊ๆ ออกตามจังหวะเป็นแบ็กกิ้งแทร็กเท่านั้น แล้วธอร์ก็หยุด ธอร์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งแล้วนอนแผ่อย่างสบายอารมณ์แป๊บนึง พอหายหอบธอร์ก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วถอดเสื้อผ้าที่เหลือ จนหมด

 

“ยังไม่ต่อได้มั้ย เหนื่อยอะ อย่าลืมนะว่าเราสองคนวิ่งมา” โลกิท้วง

 

ธอร์ยิ้ม แต่ก็ฉุดโลกิให้ยืนขึ้น พอยืนได้ก็ค่อยๆบรรจงจูบอีกครั้งเบาๆ “ไม่ใช่แบบนั้น…พี่จะชวนไปเล่นน้ำ” …

 

ธอร์จูงมือโลกิเดินลงไปในสระน้ำที่เกิดจากการขุด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเดินจูงมือกันในที่ที่ไม่มีหลังคาปกคลุม …. พอจะถึงตลิ่งน้ำ โลกิก็กอดธอร์จากข้างหลัง แล้วแหมะหน้าซบแผ่นหลังของธอร์เอาหน้าขยี้ถูไถหลังพี่ธอร์ไปมา ไม่ต้องพูดอะไรธอร์ก็รู้ว่าโลกิกำลังอ้อน เขาดึงมือโลกิมากอดเขาให้เต็มตัว และนี่ก็เป็นกอดครั้งแรก ที่ได้ทำนอกวังเช่นกัน ไม่รู้เมื่อไหร่เรื่องของเขาทั้งคู่จะเป็นที่เปิดเผยสักที

 

จริงๆแล้วประเด็นชายรักชายในแอสการ์ดมันเรื่องเล็ก จนไม่เป็นประเด็น ส่วนสถานะญาติ อย่าว่าแต่พี่ชายน้องชายเลย มันไม่เหลือตั้งแต่โลกิก่อเรื่องแล้ว แต่ประเด็นคือ ประชาชนจะยอมรับได้ไหม ถ้าเขาจะเลือกโลกิมาดูแลทุกข์สุขประชาชนร่วมกับเขา และถ้ามันเป็นที่ยอมรับกันได้ มันจะต้องเป็นเมื่อไหร่ แล้วโลกิจะต้องทำอะไรบ้าง

 

ธอร์ยังไม่อยากจะลงรายละเอียดในประเด็นเครียดๆเพราะเขากับโลกิออกมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกัน เลยคิดจะเปลี่ยนเรื่อง เขาเดินนำลงน้ำโลกิที่ซบอยู่เลยต้องหยุดกอดแล้วเดิมตามลงไป แปลกดี น้ำในสระนี้อุ่น

 

พอลงไปยืนในจุดที่น้ำลึกประมาณบั้นเอว ธอร์จับโลกิให้หันหน้ามาเจอกับเขา โลกิเอาจมูกมาชิดแก้มของธอร์แต่ไม่ได้ทำอะไรมกไปกว่านั้น แต่ธอร์ก็รู้สึกหวานๆอยู่ในอก

 

“เออ ทำไมเดี๋ยวนี้เราไม่เรียนเต้นรำแล้วหละ” ธอร์ถามโลกิ เพราะหลังจากสิบขวบก็ไม่เห็นว่าจะเต้นอะไรอีกเลย โลกิตอนเล็กๆ แขนขาสั้นๆ เต้นย็อกแย็กน่ารักที่สุด แล้วเวลาเต้นโลกิจะทำหน้ายิ้มตาโตๆ มันดูคะเยอเป็นผงหมามุ่ยผสมแป้งเด็กแคร์น่ารักซนคันพร้อมกันไปในตัว แต่พอโตเป็นเจ้าชายหนุ่ม เต้นรำทีสง่างามยังกับอะไรดี ธอร์สงสัยเหลือเกินว่าทำไมสาวๆไม่กรี๊ดโลกิ แต่ไม่ค่อยได้เต้นหรอก ต้องมีเหตุจริงๆ โลกิถึงจะโชว์สกิลการเต้นรำ โลกินี่ได้ทั้งเดี่ยวฯ ทั้งเต้น ทั้งร้องเพลงเลยนะ ธอร์รอนานแต่โลกิก็ยังนิ่งอยู่ท่าเดิม รู้และน่า ว่าจะอ้อน…

 

“พูดมาสิจะบอกอะไรพี่…” ธอร์รู้ดีว่าโลกิอยากพูดความในใจ คงมีอะไรที่ไม่พอใจกันบ้าง ก็เขาต่างกันซะขนาดนั้น

 

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะพี่ธอร์…” โลกิพูดยังไม่ทันขาดคำธอร์ก็หัวเราะเบาๆออกมา หึหึหึหึ

 

“เออ พี่รู้ พี่เคยเรียกร้องให้ใส่สีชมพูประกายกลิทเทอร์มั้ยหละ” ธอร์นี่นับวันจะยิ่งกวนตีน…

 

โอ กุไม่ใช่มารายห์ แครี่ย์….

 

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหนะ พี่อะทรีทฉันเหมือนทรีทผู้หญิงอะ ฉันไม่ชอบนะ ฉันไม่ใช่เมียพี่นะ ฉันเป็นคนรักของพี่ เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ไม่มีใครเป็นผัวเป็นมียกันพี่ธอร์เข้าใจมั้ย” โลกิเริ่มงิ่ดเบาๆ แปลกดีมีอะไรกันไม่เปลือย มาเปลือยเอาตอนถกกันเรื่องแอททิจูด แต่เขาไม่รู้สึกขัดเลยแม้แต่น้อย…

 

มาถึงตรงนี้ธอร์ถึงกับไปไม่เป็น เฮ้ยนี่เราไม่ใช่ผัวเหรอเนี่ย โลกิจะเอาอะไรอีก ธอร์ไม่เข้าใจ ??? เป็นผู้ชายแล้วเป็นเมียไม่ได้เหรอ นี่มันประเด็นซับซ้อนอะไรอีกวะเนี่ย??? เขารับเหมาตอกเสาโป๊กๆๆๆๆๆ อยู่ทุกคืน คืนละหลายๆต้น เป็นไซท์ก่อสร้างจริงๆหละคงได้ตึกไปหลายหลังแล้ว แล้วทำไมไม่ให้เป็นผัว ธอร์งงงุนแต่เป็นคนรักของโลกิต้องแอ๊บฉลาด เดี๋ยวโลกิจะได้ทีขี่แพะไล่ เลยทำเฉยๆ

 

แหม แต่โลกิก็ไม่โง่ เขารู้หรอกว่าธอร์มองความรักเป็นเรื่องมีขั้ว ส่วนเขาไม่ได้คิดแบบนั้น “ฉันก็อยากปกป้องพี่ พี่ก็อยากปกป้องฉัน เรารักแบบเสมอกันได้มั้ย ส่วนเรื่องบนเตียงฉันจะยอมพี่เรื่องนึง ดีลได้มั้ยอะแค่นี้”

 

หืมมม อยากเท่าเทียม อยากแมนชนแมน... แต่ยังมาขอเจรจาด้วยวิธีอ้อนงุงิ …ถ้ามาถูกวิธีคงจะได้หรอกนะโลกิ แต่นี่พี่ไม่ให้ผ่านหวะ…..

 

“แต่ 20,000 ปีนี้ เราอยากได้อะไรก็ต้องผ่านพี่ ไปไหนก็ต้องไปกับพี่” ธอร์จ้องโลกิอยางจริงจังแต่ก็หวานเยิ้มกรุ้มกริ่มตามประสา “พี่ขอเป็นสามีไปก่อนแล้วกันนะ….” แล้วก็จูบหน้าผากโลกิแรงๆชื่นจาย โดยไม่ขอความเห็น

 

โลกิหน้าหงิก “พี่ขอ 20,000 ปีเองนะ เพราะเราต้องอยู่ในความดูแล หลังจากนี้ค่อยว่ากัน คำนี้นะพี่เพิ่งอ่านมาเมื่อสองวันนี้เอง ไม่ว่าจะภาษาลาติน บาลี สันสกฤต ฮิบบรูว์ สารพัดภาษาของก๊อด เพแกนร้อยพ่อพันแม่ ก็เห็นว่าแปลว่าผู้เลี้ยงดู ภรรยาแปลว่าผู้ถูกเลี้ยง…มันเกี่ยวกับความเป็นชายหรือหญิงตรงไหนอะ???”

 

นี่ !!!เถียงนักปราชญ์ ก็ต้องเอาราชบัณฑิตมายัน การอ่านช่วยได้ก็คราวนี้…ธอร์คิดว่ากลับบ้านไปคราวนี้จะทำแคมเปญส่งเสริมการอ่านขนานใหญ่ที่แอสการ์ด เป็นการหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมไปในตัว...

 

ธอร์รู้ศัพท์แบบทะลวงรากก็แค่คำนี้นี่แหละ สองวันก่อนออกจากท้องพระโรง เรียนวิชาคำและรากศัพท์อาจารย์ดันให้พรีเซ้นท์คำว่าอะไรก็ได้ ธอร์นึกไรไม่ออก หันไปเจอโลกินั่งยิ้ม สบตาแป๋ว ให้กำลังใจอยู่นอกห้อง เลยรีบยกมือบอกหัวข้ออาจารย์ว่าจะเอาคำนี้แหละครับ แล้วยิ้มยิงฟันยังกะจอนนี่บราโว่ก็ไม่ปาน…

 

ไม่ว่าโลกิจะต้องการหรือไม่ ....เขาก็จะปกป้องดูแลโลกิไปอีกสองหมื่นปี หลังจากนั้น และตอนขึ้นครองราชย์จะว่ายังไง อนาคตยังอีกยาวไกล

 

ใช้คำนี้แหละ เพราะพี่คู่ควร…